ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ติดต่อเรา/Contact us
dot
bulletติดต่อเรา/Contact us
dot
บริการของสำนักงาน
dot
bulletตรวจสอบบัญชี
bulletบริการทาง บัญชี ภาษี
bulletจดทะเบียนบริษัท
bulletบริการด้านกฏหมาย
bulletบริการยื่นแบบและนำส่งภาษี
dot
บริการตรวจค้นข้อมูลธุรกิจ
dot
bulletตรวจค้นข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ
bulletตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
bulletรายชื่อผู้ทำบัญชี
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชี ( CPA )
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
bulletชื่อผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
bulletผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีแจ้งชื่อห้างฯที่ตรวจสอบ
bulletชื่อผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletงบการเงินบริษัทจดทะเบียน
bulletปฏิทินภาษี
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ทุกธนาคาร
dot
บริการคลังข้อมูลบัญชี
dot
bulletบริการค้นหาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
bulletจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
bulletยื่นแบบชำระภาษีออนไลน์
bulletหน่วยบริการภาษีใน กรุงเทพฯ
bulletตรวจค้นข้อมูลขอคืนภาษี ภงด.90,91
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานทำบัญชีและ CPD
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี CPA
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี TA
bulletตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้ทำบัญชี
bulletแบบฟอร์มบัญชี
bulletแบบฟอร์มสภาวิชาชีพบัญชี
bulletแบบฟอร์มสอบบัญชี
bulletแบบฟอร์มภาษีกรมสรรพากร
bulletแบบฟอร์มประกันสังคม
bulletแบบฟอร์มจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์
bulletรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
bulletความหมายของรายการย่อในงบการเงิน
bulletศัพท์บัญชี ไทย-อังกฤษ
bulletศัพท์บัญชี อังกฤษ-ไทย
bulletคำถามบัญชี/สอบบัญชีที่พบบ่อย
bulletความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA
bulletคุณวุฒิการศึกษาทางการบัญชีที่สภาวิชาชีพรับรอง
dot
กฏหมายทั่วไป และ ภาษีอากร
dot
bulletภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
bulletข้อหารือภาษีอากร
bulletแบบฟอร์มสัญญาต่างๆทางกฏหมาย
bulletแบบฟอร์มศาล/แบบพิมพ์ศาล
bulletรวมประมวลกฏหมาย
bulletความผิดอาญา ที่ยอมความได้
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (1)
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (2)
bulletรู้ทันภัยใกล้ตัว จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (1)
dot
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
dot
bulletข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
bulletกำหนดการทดสอบความรู้ของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletขั้นตอนการสมัครเข้ารับการทดสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletTA เปิดรับสมัครสอบปีละ 3 ครั้ง
bulletประกาศผลสอบ CPA
bulletข้อสังเกตจากคณะกรรมการผู้ตรวจข้อสอบของ TA โดยสรุป
bulletข้อสังเกตุจากอนุกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ CPA โดยสรุป (จากสภาวิชาชีพ)
bulletUpdate มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน การตีความ และร่างการตีความ จากสภาวิชาชีพบัญชี
bulletขอบเขตรายวิชาที่ต้องเข้ารับการทดสอบ เป็นผู้สอบบัญชี (CPA)
dot
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการทำบัญชี(ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)
dot
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ
bulletปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน
bulletปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการรายงานการสอบบัญชี
bulletคำถามที่พบบ่อย : บัญชีธุรกิจ และ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
bulletประเด็นคำถาม-คำตอบที่เป็นประโยชน์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
dot
ตัวอย่าง แนวการสอบบัญชี โดยย่อ
dot
bulletเงินสดและเงินฝากธนาคาร
bulletลูกหนี้การค้า
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
bulletสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
bulletสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น
bulletเงินลงทุน
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น
bulletเงินกู้ยืม
bulletส่วนของผู้ถือหุ้น
bulletรายได้
bulletซื้อสินค้า
bulletต้นทุนขาย
bulletค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
bulletการรับเงิน แนวการรับเงิน
bulletการจ่ายเงิน แนวการจ่ายเงิน
bulletแนวการสอบบัญชี เงินเดือน
dot
มรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
dot
bulletมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต(เดิม)
bulletจรรยาบรรณของ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ออกใหม่ปี 53)
bulletคำชี้แจงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้สอบบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้ทำบัญชี
bulletจรรยาบรรณ ของ ผู้สอบบัญชี ภาษีอากร
bulletความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี
dot
ตัวอย่างรายงานการสอบบัญชี (บางส่วน)
dot
bulletรายงานแบบไม่มีเงื่อนไข
bulletการแสดงความเห็นแบบที่เปลี่ยนแปลงไป
bulletรายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล
bulletรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของ TA
bulletความแตกต่างระหว่าง TA และ CPA
bulletรายงานของมูลนิธิและสมาคม
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2544 ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ยกเลิกแล้วในปี 2551-ไม่ใช้แล้ว)
dot
bulletงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletงบการเงิน บริษัทจำกัด
bulletงบการเงิน บริษัทมหาชนจำกัด
bulletงบการเงิน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletงบการเงิน กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2551 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553)
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
bulletประเด็นคำถาม – คำตอบประกาศกรม เรื่อง รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2552
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2554 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป) ล่าสุดดๆๆ
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
ตัวอย่างการจดทะเบียนธุรกิจ
dot
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า/บุคคลธรรมดา)
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทมหาชน จำกัด
dot
ตัวอย่าง การควบคุมภายใน โดยย่อ
dot
bulletการควบคุมภายใน การรับเงิน
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินสดย่อย
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเช็ค
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินเดือนและค่าแรง
bulletการควบคุมภายใน การขาย
bulletการควบคุมภายใน การซื้อ
bulletการควบคุมภายใน ลูกหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน เจ้าหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน สินค้าคงเหลือ
bulletการควบคุมภายใน สินทรัพย์ถาวร
dot
ตัวอย่าง กระดาษทำการ ตรวจสอบบัญชี (working paper)
dot
bulletเงินสด เงินฝากธนาคาร เงินเบิกเกินบัญชี
bulletกระดาษทำการ ตรวจนับเงินสดย่อย
bulletทดสอบความถูกต้องการรับเงิน
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการจ่ายเงิน
bulletกระดาษทำการ เงินลงทุน
bulletลูกหนี้การค้า (1)
bulletลูกหนี้การค้า (2)
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletการตรวจตัดยอดขาย
bulletการตรวจตัดยอดซื้อ
bulletสินทรัพย์ถาวร (1)
bulletทรัพย์สินถาวร (2)
bulletทรัพย์สินถาวร (3)
bulletสินทรัพย์อื่น
bulletเงินกู้ยืม 1
bulletเงินกู้ยืม 2
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
bulletทุน
bulletกำไรสะสม
bulletรายได้และค่าใช้จ่าย
bulletรายได้
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการขาย
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการซื้อ
bulletวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
dot
Links ในเมืองไทยที่น่าสนใจ
dot
bulletข่าวและหนังสือพิมพ์
bulletเว็บยอดฮิต
bulletหน่วยงานราชการ
bulletองค์กรต่างๆ
bulletหน่ายงานกฏหมายและศาล
bulletเว็บไซด์พื้นฐาน
bulletวารสาร สรรพากรสาส์น
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletสภาทนายความ
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletตรวจหวย ( ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล)
bulletรวมเวบไซด์ หางาน สมัครงาน
bulletรวมเวบไซด์ เกมส์ออนไลน์
bulletสารบัญเว็บไทย
dot
Webboard
dot
bulletWebboard
bulletเวบไซด์การเดินทาง




สารพัน ปัญหาภาษีสรรพากร - สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

 

ในสรรพากรสาส์นฉบับเดือนเมษายน 2549 ผู้เขียนได้นำเสนอเกี่ยวกับสิทธิและประโยชน์ทางด้านภาษีอากรสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากการดำเนินกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน สามารถนำผลขาดทุนจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปใช้ได้ภายใน 5 ปีนับแต่พ้นกำหนดเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร หรือการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ประเภทค่าสิทธิที่กิจการได้จ่ายให้แก่บุคคลอื่น การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกร้อยละ 50 การสามารถหักรายจ่ายค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าและค่าประปาได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้เสียไป หรือแม้กระทั่งมีสิทธิจะวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีจากการนำเข้าสินค้า ซึ่งนับว่าการส่งเสริมการลงทุนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเป็นอย่างมาก
     อย่างไรก็ดี แม้กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย แต่ก็พบว่าในทางปฏิบัติผู้ประกอบการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก บทความนี้จึงได้นำเสนอเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับภาษีสรรพากรที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ โดยได้รวบรวมจากแนวคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เทียบเคียงกับทางปฏิบัติต่อไป

     ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีสรรพากร
     1. ปัญหาเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

     1.1 วันที่เริ่มมีรายได้
    
พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 31 ได้บัญญัติให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้พิจารณากำหนดเป็นสัดส่วนของเงินลงทุนโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนซึ่งต้องมีกำหนดเวลาไม่เกินแปดปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ ดังนั้น ในทางปฏิบัติจะพบว่า
“วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ”
จึงเป็นประเด็นปัญหาต่อผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวันเริ่มต้นแห่งสิทธิในการเริ่มนับระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามจำนวนปีที่คณะกรรมการกำหนด หากเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการแล้วกำหนดเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเริ่มทันที อันเป็นผลทำให้ผู้ได้รับส่งเสริมการจะสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเร็วขึ้น แต่หากยังไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการก็ยังไม่เริ่มกำหนดเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอันส่งผลทำให้วันที่สิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนยืดเวลาออกไป กรณีจึงเกิดเป็นประเด็นข้อสงสัยมากว่าวันใดควรจะถือว่าเป็นวันที่เริ่มมีรายได้ ซึ่งกรมสรรพากรได้เคยมีแนววินิจฉัยเกี่ยวกับ วันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการไว้หลายกรณี เช่น
     - บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลาแปดปี ได้เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน  2543 ข้อเท็จจริงพบว่าในวันที่ 1 ตุลาคม 2542 บริษัทได้ทดสอบการทำงานของระบบเครื่องจักรที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าและส่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้ตามสายไฟฟ้าแรงสูงเข้าสู่ระบบการจ่ายไฟฟ้าของผู้ซื้อ โดยบริษัทเรียกเก็บเงินค่าชดเชยค่าก๊าซเฉพาะในส่วนของการทดสอบแล้วได้มาตรฐานและคุณภาพตามที่ผู้ซื้อกำหนด และผู้ซื้อได้ตกลงจ่ายเงินชดเชยค่าก๊าซในเดือนธันวาคม 2542 โดยลงบัญชีเป็นรายจ่ายค่าบำรุงดำเนินงานผันแปรตามที่กำหนดในสัญญา ดังนี้ วันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่บริษัทเริ่มมีรายได้จากการผลิตพลังงานไฟฟ้าตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน การที่บริษัทมีรายได้จากเงินค่าก๊าซในส่วนของการทดสอบการเดินเครื่องจักรแล้วได้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้ตามข้อตกลงกับผู้ซื้อ ถือว่าเงินชดเชยค่าก๊าซเป็นรายได้จากการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า บริษัทจึงเริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 (หนังสือที่ กค 0706/1918 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2549)
      -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุน โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะส่วนที่ส่งออกเป็นเวลา 8 ปี ดังนี้ แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ แต่สำหรับวันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนซึ่งเป็นวันที่เริ่มใช้สิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ถือวันที่มีรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจริง กล่าวคือ วันที่มีรายได้จากการส่งออกตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าจะได้รับชำระราคาแล้วหรือไม่ แต่ทั้งนี้การประกอบกิจการดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้นก่อนวันที่ได้รับอนุมัติให้ได้สิทธิและประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม (หนังสือที่ กค 0811/16548 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2541)
      
รายได้ที่เกิดจากการขายสินค้า แม้จะเป็นเพียงการขายสินค้าตัวอย่างหรือขายสินค้าที่ได้จากการทดลองการผลิตของกิจการ โดยสินค้าเหล่านั้นต้องไม่เป็นสินค้าที่ผลิตไว้ก่อนวันที่ได้รับอนุมัติให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม ให้ถือวันที่มีรายได้จากการขายสินค้าดังกล่าวเป็นวันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริม

     1.2 รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิ

     ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 มาตรา 31 ประกอบกับประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530 ได้กำหนดให้รายได้จากการประกอบกิจการซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหมายความถึงรายได้ต่างๆ ดังนี้

       (1) รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผลิตผล หรือการให้บริการตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริมไม่เกินปริมาณการผลิตต่อปีหรือไม่เกินขนาดของกิจการที่ให้บริการตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม
 

       (2)  รายได้จากการจำหน่ายผลพลอยได้และสินค้ากึ่งสำเร็จรูปตามชนิดและปริมาณ ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม
 

       (3) รายได้จากการจำหน่ายเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และทรัพย์สินบรรดาที่ใช้ในการประกอบกิจการ ตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและหมดสภาพหรือไม่เหมาะสมที่จะใช้งานต่อไป ทั้งนี้ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและกรมสรรพากร
 

       (4) รายได้ประเภทดอกเบี้ยหรือรายได้อย่างอื่นที่เกิดจากการใดอันเป็นปกติธุระในการประกอบกิจการ ทั้งนี้ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและกรมสรรพากร

     กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติไว้หลายกรณีดังนี้
     - บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการให้บริการขนส่งก๊าซธรรมชาติผ่านท่อ และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ในการดำเนินกิจการ บริษัทจะก่อสร้างท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติไปถึงหน้าโรงงานของลูกค้าแต่ละราย และจะจำหน่ายก๊าซธรรมชาติพร้อมกับการบริการขนส่งทางท่อให้ลูกค้า ดังนี้ ระบบท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเป็นทรัพย์สินของบริษัท เมื่อบริษัทจำหน่ายก๊าซธรรมชาติพร้อมบริการขนส่งทางท่อให้แก่ลูกค้า กรรมสิทธิ์ในก๊าซธรรมชาติยังไม่โอนไปยังผู้ซื้อจนกว่าจะมีการส่งมอบและตรวจวัดปริมาณก๊าซ ณ จุดส่งมอบ ที่ปลายท่อซึ่งอยู่หน้าโรงงานลูกค้า การขนส่งผ่านทางท่อจึงเป็นการให้บริการตนเองเพื่อส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า ค่าขนส่งจึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินค้า มิใช่เป็นการขนส่งเพื่อบุคคลภายนอกโดยเรียกเก็บค่าขนส่งแต่ประการใด บริษัทจึงไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้จากการให้ บริการขนส่งผ่านท่อ (หนังสือที่ กค 0706/2622 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2549)
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2539 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2547 และได้รับสิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติมีกำหนด 5 ปี บริษัทจะจำหน่ายเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ เมื่อบริษัทจำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนในขณะที่พ้นกำหนดเวลาตามบัตรส่งเสริมฯ แล้ว จึงไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่รายได้ดังกล่าวถือเป็นรายได้ที่มีสิทธินำไปรวมคำนวณกับรายได้ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 50 ของอัตราปกติ (หนังสือที่ กค 0706/2207 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2549)
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซหรือส่วนประกอบรวมทั้งการติดตั้ง โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการมีกำหนดเวลา 3 ปีของกำลังการผลิตปีละไม่เกิน 18,000 ตัน ทั้งนี้ ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นมีมูลค่าไม่เกิน 248,
120,000 บาท ดังนี้ ในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ บริษัทจะต้องนำรายได้ที่ส่วนที่เกินไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0706/พ./1175 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549)
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุน มีรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำไปผลิตเพื่อขายได้ และรายได้ที่ได้รับการชดเชยเนื่องมาจากความเสียหายจากการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า ไม่ถือเป็นรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน บริษัทต้องนำรายได้จากการจำหน่ายวัตถุดิบดังกล่าวไปรวมคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือที่ กค 0706/766 ลงวันที่ 30 มกราคม 2549)
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตฝาสูบเครื่องยนต์โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 7 ปี บริษัทได้นำฝาสูบเครื่องยนต์ซึ่งได้รับส่งเสริมการลงทุนมาประกอบเป็นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ซึ่งไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนและขายเครื่องยนต์ให้ผู้ซื้อ ดังนี้ หากสามารถแยกได้ชัดเจนว่าในการขายสินค้าดังกล่าวส่วนใดเป็นเครื่องยนต์ ส่วนใดเป็นฝาสูบ ตลอดจนสามารถแยกราคาการขายฝาสูบเครื่องยนต์ได้ รายได้จากการขายฝาสูบเครื่องยนต์จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0706/10750 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2548)
     -
บริษัทประกอบกิจการผลิตเลนส์แว่นตา ได้รับส่งเสริมการลงทุนในการผลิตสินค้าดังกล่าวหลายบัตรส่งเสริม บริษัทไม่สามารถแยกรายได้ของแต่ละโครงการได้ ว่าสินค้าที่ขายไปเป็นสินค้าตามบัตรส่งเสริมใด เพราะสินค้าของบริษัทมีลักษณะเหมือนกัน ดังนั้น ในการคำนวณรายได้ว่ารายได้ส่วนใดเป็นรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และรายได้ส่วนใดไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ให้ถือว่ารายได้จากการขายสินค้าเป็นรายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามจำนวนชิ้นที่ได้รับการส่งเสริมก่อน ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ที่ได้รับสิทธิลดหย่อนตามจำนวนชิ้น ที่ได้รับการส่งเสริม และหรือ ส่วนที่เหลือจึงเป็นรายได้ตามจำนวนชิ้นที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ (หนังสือที่ กค 0811/3898 ลงวันที่ 25 เมษายน 2544)
     -
ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในรอบระยะเวลาบัญชีของปี 2540 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่บริษัท เริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ถือเป็นรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ถึงแม้บริษัท A
มีสิทธิเลือกนำผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ทป.72/2540ฯ ก็ตาม รายจ่ายดังกล่าวจึงถือเป็นรายจ่ายจากกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0811/ก.1325 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2543)
     -
บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำโดยได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้มีกำหนดเวลา 8 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มมีรายได้ บริษัทได้เรียกร้องค่าชดเชย การขาดรายได้จากบริษัทประกันภัยที่บริษัทได้เอาประกันภัยเพื่อประกันรายได้ที่สูญเสียอันเป็นผลมาจากเครื่องจักรหยุดการผลิตทั้งหมดหรือบางส่วนอันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุต่อทรัพย์สิน เครื่องจักร และอุปกรณ์ ดังนี้ รายได้ที่บริษัทได้รับชดเชยตามสัญญาประกันภัยไม่ถือเป็นรายได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0811/7832 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2543)
      
ดอกเบี้ยเงินฝากซึ่งเกิดจากการนำเงินสดหมุนเวียนที่เกินความต้องการในการบริหารกิจการที่ได้รับการส่งเสริมในบางช่วงเวลาไปฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมไว้ว่า ต้องเป็นรายได้ประเภทดอกเบี้ยที่เกิดจากการใดอันเป็นปกติธุระในการประกอบกิจการดังนี้

       (1) ต้องเป็นดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับจากธนาคาร หรือสถาบันการเงิน เฉพาะที่ต้องจ่ายคืน เมื่อทวงถามประเภทออมทรัพย์ซึ่งใช้สมุดคู่ฝากในการฝากถอนและไม่ใช้เช็คในการถอนเท่านั้น และไม่รวมถึงดอกเบี้ยรับจากตั๋วสัญญาใช้เงิน

       (2) จำนวนดอกเบี้ยรวมกันต้องไม่เกิน ร้อยละสองของรายได้ทั้งสิ้นของกิจการที่ได้รับการส่งเสริม และ

       (3) ต้องเป็นดอกเบี้ยที่ได้รับหลังวันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม (หนังสือที่ กค 0802/399 ลงวันที่ 12 มกราคม 2536 และที่ กค 0802/9180 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2533)
     -
รายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินที่ถือเป็นรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นั้น ต้องเป็นรายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งใช้ในการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งทรัพย์สินที่นำเข้ามาตามบัตรส่งเสริมและที่จัดหาซื้อเองภายในประเทศ แล้วผู้ได้รับการส่งเสริมจำหน่ายออกไป เมื่อทรัพย์สินดังกล่าวบุบสลาย หมดสภาพ ไม่เหมาะสมที่จะใช้งานต่อไปโดยที่ทรัพย์สินต่างๆดังกล่าวต้องมีไว้ใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและมิใช่เครื่องมือเครื่องใช้หรือเครื่องตกแต่งสำนักงานของผู้ได้รับการส่งเสริม (หนังสือที่ กค 0802/6911 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2532)
     -
รายได้ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ และมีอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาตามกลไกของตลาดเงินตรา โดยผู้ได้รับการส่งเสริมไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ การเปลี่ยนแปลงและขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานี้ จึงก่อให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากการปริวรรตเงินตรา ดังนั้น รายได้จากการปริวรรตเงินตราดังกล่าวจึงถือเป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0802/6911 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2532)

รายได้จากการปริวรรตเงินตราคือ รายได้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามปกติธุระทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมักจะมีการกำหนดราคาซื้อขายเป็นเงินตราสกุลต่างๆ และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้นก็จะได้รับกำไร จึงเป็นรายได้ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมโดยตรง โดยเฉพาะการผลิตสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ และเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นเป็นปกติธุระของการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม กรมสรรพากรได้วินิจฉัยไว้ว่า รายได้ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ และมีอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาตามกลไกของตลาดเงินตรา โดยผู้ได้รับการส่งเสริมไม่สามารถควบคุมหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ การเปลี่ยนแปลงและขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานี้ จึงก่อให้เกิดกำไรหรือขาดทุนจากการปริวรรตเงินตรา ดังนั้น รายได้จากการปริวรรตเงินตราดังกล่าวจึงถือเป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0802/6911 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2532 และที่ กค 0811/16103 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2540)

     1.3 การคำนวณกำไรสุทธิ 
     ตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริม การลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 ได้กำหนดให้ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนซึ่งประกอบกิจการทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้คำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ ของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน แต่ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้นำกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของกิจการทั้งที่ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมารวมเข้าด้วยกัน ในเรื่องนี้ได้มีแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรดังนี้
     บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมการลงทุนจำนวน 4 ฉบับ กรณีที่บริษัท มีรายได้จากกิจการส่งเสริมการลงทุนโดยบัตรส่งเสริมบางฉบับมีกำไรและบัตรส่งเสริมบางฉบับมีผลขาดทุน บริษัทต้องนำผลกำไรสุทธิและผลขาดทุนสุทธิจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนทุกบัตร มาหักกลบเพื่อรวมเป็นยอดกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเพียงยอดเดียว  ถ้ายังมีกำไรเหลืออยู่ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าขาดทุนสุทธิก็มีสิทธิยกไปหักจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่พ้นกำหนดเวลาที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเป็นระยะเวลา 5 ปี ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0706 (กม.03)/408 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2548)
     บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนเป็นเวลา 7 ปี มีผลประกอบการดังนี้

untitled23_520

     - ดังนี้ กำไรจากกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในปี 2544 และปี 2545 จำนวน 4,671,864.85 บาท (3,358,495.60 + 1,313,369.25) บริษัทฯ มีสิทธินำผลขาดทุนจากกิจการที่ได้รับยกเว้น ภาษีเงินได้ในปี 2540 จำนวน 15,055,879.53 บาท มาหักเป็นรายจ่ายได้ จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด (หนังสือที่ กค 0706/8939 ลงวันที่ 28 กันยายน 2547)
     - บริษัทประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 2 บัตร เนื่องจากทั้ง 2 บัตร มีขั้นตอนการผลิตและวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตเหมือนกัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ให้บริษัทรวมบัญชีวัตถุดิบของทั้ง 2 บัตร โดยอนุมัติให้บริษัทจัดทำบัญชีสต็อกสูงสุด สำหรับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ดังนี้ ในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทมีสิทธิจัดทำบัญชีสต็อกวัตถุดิบดังกล่าวรวมเป็นบัญชีสต็อกเดียวกันได้ (หนังสือที่ กค 0706/1249 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547)
     - บริษัทประกอบกิจการทั้งประเภทได้รับส่งเสริมการลงทุนและประเภทไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ยังคงต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 โดยจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการของทั้งกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมารวมเข้าด้วยกัน และคำนวณภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิ กรณีบริษัทประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ หากปรากฏว่าเป็นการประมาณการกำไรสุทธิสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลขาดไป ไม่ว่าจะขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ บริษัทต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากเป็นกรณีประมาณการกำไรสุทธิขาดไป ไม่เกินร้อยละ 25 บริษัทไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แม้จะปรากฏว่าประมาณการ กำไรสุทธิในส่วนกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ตาม (หนังสือที่ กค 0802(กม.)/1354 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2536)

     2. ปัญหาเกี่ยวกับรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
     
ตามประกาศกรมสรรพากร เรื่องการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 ได้กำหนดในกรณีผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ประกอบกิจการทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้คำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน แต่ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้นำกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของกิจการทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมารวมเข้าด้วยกัน ดังนั้น ในการนำรายจ่ายของกิจการมาหักออกจากรายได้ จึงต้องแยกว่ารายจ่ายใดเป็นรายจ่ายสำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และรายจ่ายใดเป็นรายจ่ายสำหรับกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งกรมสรรพากรได้มีแนววินิจฉัยหลายประการ เช่น
     บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในการผลิตเอทานอล แต่ได้ขายน้ำมันเบนซิน 91 ซึ่ง ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนด้วย ดังนี้ ต้นทุนการซื้อน้ำมันเบนซิน 91 เป็นรายจ่ายที่สามารถแยกออกได้ชัดเจนว่าเป็นของกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น บริษัทจึงต้องนำรายได้จากการขายน้ำมันเบนซิน 91 และรายจ่ายจากการซื้อน้ำมันเบนซิน 91 มารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0706/2935 ลงวันที่ 10 เมษายน 2549)
     บริษัทประกอบกิจการทั้งประเภทได้รับส่งเสริมการลงทุนซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและประเภทไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ได้กู้ยืมเงินมาซื้อทรัพย์สินและเป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ ดังนี้ บริษัทจะต้องเฉลี่ยรายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามส่วนของรายได้ของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่การคำนวณเฉลี่ยรายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามวิธีการที่บริษัทถือปฏิบัติเป็นวิธีการเฉลี่ยรายจ่ายตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปบริษัทก็มีสิทธิเฉลี่ยรายจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามที่ถือปฏิบัติได้ (หนังสือที่ กค 0706/648 ลงวันที่ 25 มกราคม 2548)
     บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำได้ทำสัญญาประกันภัยเพื่อประกันรายได้ที่สูญเสียไปอันเป็นผลจากเครื่องจักรหยุดการผลิตทั้งหมดหรือบางส่วนเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุกับทรัพย์สิน เครื่องจักร และอุปกรณ์ ดังนี้ รายจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย เป็นรายจ่ายที่บริษัทจ่ายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกันความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่ทรัพย์สิน ที่ใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และประกันความเสียหายอันเกิดจากการขาดรายได้ที่ควรจะได้รับในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจึงเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะ บริษัทต้องนำรายจ่ายดังกล่าวถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0811/7749 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2544)
     ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในรอบระยะเวลาบัญชีของปี 2540 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่บริษัทเริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ถือเป็นรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ถึงแม้บริษัทมีสิทธิเลือกนำผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ก็ตาม รายจ่ายดังกล่าวจึงถือเป็นรายจ่ายจากกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0811/ก.1325 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2543)
     ผู้ได้รับการส่งเสริมประกอบกิจการทั้งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน สำหรับการเฉลี่ยรายจ่าย หากปรากฏว่ารายจ่ายรายการใดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้โดยชัดแจ้ง และไม่มีเกณฑ์อื่นที่จะเฉลี่ยรายจ่ายนั้นได้เป็นการเฉพาะแล้ว ก็ให้เฉลี่ยตามส่วนของรายได้จากกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0811/7774 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2540)

     3. ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ผลขาดทุนจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
     
พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 31 ได้บัญญัติให้ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนที่ประกอบกิจการขาดทุนในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้รับอนุญาตให้นำผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้น ในระหว่างเวลานั้นไปหักออกจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้น ภาษีเงินได้นิติบุคคล มีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลานั้น โดยจะเลือกหักจากกำไรสุทธิของปีใดปีหนึ่งหรือหลายปีก็ได้
     สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการนำผลขาดทุนของผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปหักจากกำไรสุทธิที่เกิดภายหลังระยะเวลาที่ได้รับยกเว้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลนี้เป็นสิทธิประโยชน์ที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ให้สิทธิแตกต่างไปจากบทบัญญัติมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบัญญัติว่า ให้นำผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบันมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกี่ยวกับกรณีนี้ ผู้เขียนจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างการนำผลขาดทุนไปเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร และการนำผลขาดทุนไปเป็นรายจ่ายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ 

       (1) ตัวอย่างการนำผลขาดทุนสุทธิมาเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร

untitled27_520

       ตามตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า ในรอบระยะเวลาบัญชี 2547 แม้กิจการจะยังมีผลขาดทุนสุทธิคงเหลือหลังจากรอบระยะเวลาบัญชี 2546 จำนวน 2 ล้านบาท แต่ก็สามารถนำผลขาดทุนดังกล่าวมาใช้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เพียง 1 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิคงเหลือ 2 ล้านบาทนั้น เป็นผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชี 2541 จำนวน 1 ล้าน และเป็นผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชี 2542 อีกจำนวน 1 ล้าน และเมื่อผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชี 2541 เป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเกินกว่า 5 ปี จึงไม่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี 2547 ได้ 

       (2) ตัวอย่างการนำผลขาดทุนจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปใช้ในการคำนวณภาษี

       (โดยสมมติว่ากิจการได้รับส่งเสริมการลงทุนและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี)

untitled28_520

     จะเห็นได้ว่า ในรอบระยะเวลาบัญชี 2541 และ 2542 กิจการประกอบกิจการมีผลขาดทุน แต่ในรอบระยะเวลาบัญชี 2543 - 2545 กิจการประกอบกิจการมีผลกำไรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ เนื่องจากได้รับส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ กิจการมีสิทธินำผลขาดทุนที่เกิดสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2541 - 2542 ไปหักจากกำไรที่เกิดภายหลังเมื่อพ้นเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ (รอบระยะเวลาบัญชี 2546) ได้มีกำหนดไม่เกิน 5 ปีได้ 
     จากตัวอย่างทั้ง 2 กรณีจะเห็นได้ว่าการนำผลขาดทุนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไปใช้ภายหลังเป็นกรณีที่ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร และได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่ 35/2540 วินิจฉัยว่า “ผลขาดทุนดังกล่าวหมายความถึงผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยไม่ต้องนำไปหักออกจากกำไรประจำปีที่เกิดขึ้น ในระหว่างเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ตรี(12) แห่งประมวลรัษฎากร” ซึ่งกรมสรรพากรได้มีแนววินิจฉัยไว้ดังนี้
     - บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะชนิดผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากเหล็กแผ่นไร้สนิม ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2543 ต่อมาได้โอนกิจการพร้อมสิทธิและใบอนุญาตต่างๆให้บริษัทอื่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติให้โอนกิจการและแจ้งยกเลิกบัตรส่งเสริมเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2543 ดังนี้ บริษัทจึงหมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนับแต่วันที่คณะกรรมการอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริมโดยไม่มีผลย้อนหลังไปในปีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ไปแล้ว และบริษัทมีสิทธินำผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาได้รับการส่งเสริมการลงทุนและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไปหักออกจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่พ้นกำหนดเวลาได้รับส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0706/10550 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2548)
     - บริษัทประกอบกิจการทั้งประเภทที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และประเภทได้รับส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมการลงทุนจำนวน 4 ฉบับ ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีที่บริษัทมีรายได้จากกิจการส่งเสริมการลงทุนแล้ว โดยบัตรส่งเสริมบางฉบับมีกำไรและบัตรส่งเสริมบางฉบับมีผลขาดทุน บริษัทต้องนำผลกำไรสุทธิและผลขาดทุนสุทธิจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนทุกบัตร มาหักกลบเพื่อรวมเป็นยอดกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเพียงยอดเดียว ถ้ายังมีกำไรเหลืออยู่ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าขาดทุนสุทธิก็มีสิทธิยกไปหักจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่พ้นกำหนดเวลาที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเป็นระยะเวลา 5 ปี ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (หนังสือที่ กค 0706(กม.03)/408 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2548)

     4. ปัญหาเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินปันผลที่ได้รับ
     
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 มาตรา 34 บัญญัติให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินปันผลที่ได้รับจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตลอดระยะเวลาที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และประกาศกรมสรรพากร เรื่องการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินปันผลที่ได้รับจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไว้ว่า เงินปันผลซึ่งจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นั้น จะต้องเป็นเงินปันผลที่ผู้ได้รับการส่งเสริมจ่ายและผู้รับเงินปันผลได้รับในระหว่างระยะเวลาที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และต้องเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หากเป็นการจ่ายเงินปันผลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแม้จะเป็นเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ผู้รับก็ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้แต่ประการใด ในเรื่องนี้กรมสรรพากรได้มีแนวคำวินิจฉัยดังนี้

 - บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนโดยมีสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี สิ้นสุดระยะเวลาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2547 บริษัทได้จ่ายเงินปันผล 2 ครั้ง จากกำไรสะสมทางบัญชีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 และมิถุนายน 2548 ดังนี้ เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทผู้ถือหุ้นซึ่งได้รับเงินปันผลจึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หนังสือที่ กค 0706/1625 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549)
     -
บริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นโดยระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายว่า เงินปันผลที่จ่ายเป็นเงินปันผลที่บริษัทได้รับจากบริษัทย่อยที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 (หนังสือที่ กค 0706/1040 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549)
     -
ปันผลที่ผู้รับเงินปันผลได้รับจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับยกเว้นเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 จะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนฯ ต่อเมื่อเงินปันผลดังกล่าวจ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และจะต้องเป็นเงินปันผลที่ผู้ได้รับการส่งเสริมจ่ายและผู้รับเงินปันผลได้รับในระหว่างระยะเวลาที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น กรณีที่บริษัทประสงค์จะนำกำไรสะสมของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามบัตรส่งเสริมการลงทุนฉบับเดิม มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ปีอื่นที่มิใช่ระยะเวลาที่บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมฉบับดังกล่าว เงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทในกรณีดังกล่าว ย่อมไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และผู้รับเงินปันผลจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ (หนังสือที่ กค 0811/5834 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2543)

     5. ปัญหาเกี่ยวกับการลดอัตราภาษี  เงินได้นิติบุคคล
     
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 มาตรา 35 ให้สิทธิและประโยชน์แก่ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ไปแล้ว ต่อมาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล   ผู้นั้นอาจได้รับสิทธิและประโยชน์การลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการลงทุน อีกร้อยละ 50 มีกำหนดไม่เกิน 5 ปีก็ได้ ซึ่งกรมสรรพากร ได้มีแนววินิจฉัยในเรื่องนี้ดังนี้
     -
บริษัทประกอบกิจการทั้งที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนและไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน โดยกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจะมีหลายกิจการ และแต่ละกิจการจะได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน ดังนี้ การลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ตามมาตรา 35(1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 บริษัทจะต้องคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน แต่ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้นำกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการ ทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมารวมเข้าด้วยกันก่อน แล้วจึงจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติ (หนังสือที่ กค 0706/1357 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549)
    
ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนเป็นบริษัท ที่ตั้งตามกฎหมายไทยซึ่งปกติจะต้องเสียภาษี เงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 30 แต่ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงทำให้ได้รับสิทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 25 ดังนี้ เมื่อบริษัทดังกล่าวได้รับสิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติตามมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน บริษัทจะต้องคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งเป็นอัตราปกติของบริษัทๆ จึงมีสิทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 12.50 ของกำไรสุทธิ (หนังสือที่ กค 0706(กม.03)/627 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม  2547)

     6. ปัญหาเกี่ยวกับการหักรายจ่ายได้มากกว่าปกติ
     
ในมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 บัญญัติให้ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนมีสิทธินำค่าใช้จ่ายประเภทค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปามาเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณกำไรสุทธิในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เป็นจำนวน 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปจริง  ซึ่งในทางปฏิบัติพบว่ากรมสรรพากรได้มีแนวคำวินิจฉัยดังนี้
     -
บริษัทประกอบกิจการผลิตชิ้นส่วนประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยได้รับส่งเสริมการลงทุนทั้งกิจการ ดังนี้ ค่าไฟฟ้า ค่าประปาที่เกิดจากการดำเนินงานทั้งส่วนแผนกผลิต และส่วนแผนกสำนักงานของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ จึงไม่ต้องห้ามนำไปเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ บริษัทจึงมีสิทธินำมาเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไป (หนังสือที่ กค 0706/1849 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2549)
     - 
บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และได้รับสิทธิประโยชน์ในการหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปา 2 เท่าในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ บริษัทต้องนำรายจ่าย ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายดังกล่าว มาถือเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่รายจ่ายนั้นเกิดขึ้น โดยจะเลือกใช้สิทธิในบางปีและไม่ใช้สิทธิในบางปีก็ได้ แต่หากปีใดไม่นำรายจ่ายค่าขนส่ง  ค่าไฟฟ้า และค่าประปาจำนวนสองเท่าของรายจ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายแล้ว ก็ไม่มีสิทธินำไปหักเพิ่มเติมในปีต่อไปได้อีก (หนังสือที่ กค 0706/10543 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2548)

     7. ปัญหาเกี่ยวกับการหักเงินได้อีก  ร้อยละ 5
     
ตามมาตรา 36 (4) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 บัญญัติให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุน เพื่อส่งเสริมการส่งออกโดยอนุญาตให้หักเงินได้พึงประเมินในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 5 ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการส่งออกซึ่งผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลที่ผู้ได้รับการส่งเสริมผลิตหรือประกอบ ซึ่งปัญหาในเรื่องนี้ได้มีแนววินิจฉัยของกรสรรพากรดังนี้
    
ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนจะได้รับสิทธิและประโยชน์ตามระยะเวลาที่กำหนดในบัตรส่งเสริมการลงทุน โดยถือเอารายได้จากการ ส่งออกในรอบปีแรกที่ได้สิทธิและประโยชน์เป็นปีฐาน ไม่ว่ารายได้จากการส่งออกที่ได้รับส่งเสริมนั้นจะเต็มรอบระยะเวลาบัญชีหรือไม่ และไม่ว่าในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นจะมีการส่งออกหรือไม่ก็ตาม ซึ่งปีแรกหรือปีฐานนี้ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนไม่มีสิทธิหักเงินได้พึงประเมินในกรณีนี้ได้ เนื่องจากไม่อาจหารายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนได้ สำหรับปีที่ 2 และปีที่ 3 ให้นำรายได้จากการส่งออกในรอบปีถัดไป มาเทียบกับการหารายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนปีที่ 4 ถึงปีที่ 10 รายได้ของปีนั้นๆ จะต้องไม่น้อยกว่ารายได้จากการส่งออกเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง โดยให้นำผลจากการคำนวณตามวิธีดังกล่าวไปหักออกจากเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับสิทธิและประโยชน์เท่านั้น (กค 0802/12550 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2537)

     8. ปัญหาเกี่ยวกับการวางประกันการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม
     
ประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ ผู้เขียนอยากจะขอย้ำอีกครั้งว่า ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนที่ประกอบการขายสินค้า ให้บริการ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่นที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนทุกประการ หากนำเข้าสินค้าก็มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรณีการนำเข้าเหมือนกับบุคคลอื่นที่นำเข้า มิได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ประการใด เนื่องจากมีผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนหลายรายยังเข้าใจสับสนว่าตนเองได้รับยกเว้นทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง
    
สิทธิประโยชน์ที่มีก็คือ ผู้ได้รับการส่งเสริมมีสิทธิจะวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีก็ได้ทั้งนี้ ตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร ในเรื่องนี้กรมสรรพากรได้มีแนวคำวินิจฉัยดังนี้
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือเดินทะเลได้นำเข้าเครื่องจักรและอะไหล่ตามบัตรส่งเสริมการลงทุน ดังนี้ บริษัทเป็นผู้นำเข้าตามมาตรา 77/1(11) แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82 แห่งประมวลรัษฎากร ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าเครื่องจักรดังกล่าว บริษัทต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อ เจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา 83/8 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วใบเสร็จรับเงินที่กรมศุลกากรออกให้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถือเป็นใบกำกับภาษี บริษัทมีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีนั้นมาหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (หนังสือที่ กค 0706/พ./9218 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2545)
     -
บริษัทที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนได้ซื้อเรือจากต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีสิทธิได้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าอยู่แล้วก็ตาม ไม่มีสิทธิวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษี ตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากรได้ เนื่องจากการวางเงินประกัน หลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีนั้น กรณีต้องเป็นการนำเข้าสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเป็นการนำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อส่งออกของผู้ได้รับการส่งเสริม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น (หนังสือที่ กค 0811/10043 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2544)
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการเดินเรือทะเล ได้จำหน่ายเครื่องจักรเรือเดินทะเลที่นำเข้าก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับส่งเสริม การลงทุน ซึ่งในขณะนำเข้าได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและใช้หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนวางประกันและถอนประกันภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเครื่องจักร ดังนี้ จึงถือเป็นการผิดเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมฯ บริษัทไม่มีสิทธิในการวางเงินประกัน หลักประกันหรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเพื่อเป็นประกันภาษีมูลค่าเพิ่มแทนการชำระภาษีได้ ตามมาตรา 83/8 แห่ง ประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 78/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนี้ถือได้ว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ภายในกำหนดเวลา จึงต้องเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียและเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 89 (2) และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการคำนวณเงินเพิ่มนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลาการชำระอากรขาเข้า วางหลักประกันอากรขาเข้า หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาเข้าตามมาตรา 78/2 (1) และมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือที่ กค 0811/พ.07214 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2542)

     ปัญหาเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิและประโยชน์
     
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ไว้ในมาตรา 55/1 ให้ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์เกี่ยวกับภาษี เงินได้นิติบุคคล หมดสิทธิได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในปีที่ถูกเพิกถอน หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอาจพิจารณาให้เพิกถอนย้อนหลังได้ด้วย ซึ่งผล ของการเพิกถอนย้อนหลังทำให้ผู้ถูกเพิกถอนจะต้องมาแจ้งและชำระภาษีอากรที่ได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันทราบคำสั่งเพิกถอน โดยใช้อัตราภาษีที่เป็นอยู่ของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ ในเรื่องนี้ได้มีแนวคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรอยู่บ้างดังนี้
     -
บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตผลิตภัณฑ์โลหะชนิดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำจากเหล็กแผ่นไร้สนิม ตั้งแต่ วันที่ 18 เมษายน 2543 ต่อมาได้โอนกิจการพร้อมสิทธิและใบอนุญาตต่างๆ ให้บริษัทอื่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติให้โอนกิจการและแจ้งยกเลิกบัตรส่งเสริมเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2543 ดังนี้ บริษัทจึงหมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนับแต่วันที่คณะกรรมการอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม โดยไม่มีผลย้อนหลังไปในปีที่ได้รับสิทธิประโยชน์ไปแล้ว (หนังสือที่ กค 0706/10550 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2548)

     สรุป
     
ในทางปฏิบัติจะพบว่าสิทธิและประโยชน์ทางด้านภาษีอากรสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนยังคงมีปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งผู้ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนควรจะต้องทำการศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ก็เนื่องจากเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนแล้ว จะได้ปฏิบัติการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ถูกต้องและไม่เสี่ยงต่อการถูกเจ้าพนักงานทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในภายหลัง

ที่มา : สรรพากรสาส์น 




ความรู้เกี่ยวกับภาษี

SMEs เสียภาษีสรรพากรอย่างไร ? article
ชี้ช่องประหยัดเงิน (ภาษี) ภ.ง.ด.50 โดยอาจารย์ อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ article
การชดเชยค่าภาษีอากร-บัตรภาษี article
มนุษย์เงินเดือนเฮครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย60% (มีผลบังคับใช้ในปี 2550) article
การอุทธรณ์ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร article
10 เคล็ดลับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 article
การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย article
ภาษีป้าย article
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน article
ใบลดหนี้ (Credit Note)
ภาระภาษีในการประนอมหนี้ ค่าบริการ
เงื่อนไขในการคำนวณส่วนของ หนี้สูญ เพื่อนำมาหักออกจาก ภาษีขาย
การทำบัญชี ของบุคคลธรรมดา ที่ไม่จด VAT
กิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือ Consortium
Income Tax Guide for foreign Company
เลิกห้างหุ้นส่วนกับภาระภาษี
ภาษีค่าสิทธิ - จากสรรพากรสาส์น
ภาษีซื้อห้ามขอคืน แต่ถือเป็นค่าใช้จ่าย
การเสีย VAT กรณีนำเข้าสินค้ามาขายแบบ 3 เส้า
คลังสินค้าทัณฑ์บน (BONDED WAREHOUSE ) คืออะไร?
เขตปลอดอากร เขตยกเว้นภาษี
ข้อหารือกรมสรรพากร ที่น่าสนใจ
บัญชีอากรแสตมป์ อัตราอากรแสตมป์
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ( ตาม มาตรา 56 ทวิ)
การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
การเฉลี่ยภาษีซื้อ
Withholding Tax Rates for Royalties under Thailand's DTAs
Withholding Tax Rates for Interest under Thailand's DTAs
เงินได้พึงประเมินที่ผู้เสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีสิทธิแยกคำนวณภาษี
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) article
คณะบุคคล... อีกหน่วยภาษี ที่ไม่ควรมองข้าม
ภาษีบ้านเช่าครึ่งปี
ภาษีเลี้ยงรับรองปีใหม่
ภาษีค่าน้ำมันรถ
ลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจาก 50,000 เป็น 100,000
มาตรการสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ + ห้องชุด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551
เช่าทรัพย์กับภาษีอากร
ค่าชดเชยการเลิกจ้าง กับภาระภาษีอากร
ค่าตอบแทนที่ตัวแทนหรือนายหน้า หรือหัวหน้าตัวแทนประกันชีวิตได้รับถือเป็นเงินได้ประเภทใด
ขายสินค้าเกษตรเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรับรู้รายได้เนื่องจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีจ่ายค่าน้ำมันรถยนต์แก่พนักงาน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีผลเสียหายจากการประกอบกิจการ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีรายได้จากการให้บริการป้ายโฆษณา
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินไปต่างประเทศ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินค่าซ่อมเครื่องจักรและ ค่าที่ปรึกษาไปต่างประเทศ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าบริการอื่นให้แก่บริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเสียภาษีของนิติบุคคลอาคารชุด
ปัญหา ของขวัญกับการเสียภาษี
ความรู้เกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
ปัญหา ค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF และ LTF
เงินสนับสนุนการศึกษาและเงินบริจาค
สารพันปัญหา "ค่าลดหย่อน"
การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้
เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
การคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินตามประมวลรัษฎากร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัตรแลกรับบริการล่วงหน้า
พระราชกฤษฎีกา ลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ปี 2555
การเสียภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ของนักแสดงสาธารณะ
คำชี้แจงกรมสรรพากร กรณีการยื่นแบบเสียภาษีของสามีและภรรยา ปี 2555
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขายอสังหาริมทรัพย์ป็นทางค้าหรือหากำไร
สรุปอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2555-2556



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท สำนักงานจรัสทนายความและการบัญชี จำกัด เลขที่ 334 หมู่ที่ 9 ซอยสำโรงเหนือ 21 ถนนสุขุมวิท 113 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ 10270 โทรศัพท์ 081-802-2731 , 02-349-4238 โทรสาร 02-349-4239 Email :jarat_inkong@yahoo.com Website : http://www.jarataccountingandlaw.com ผู้ให้การสนับสนุน จัดทำเว็บ ออกแบบเว็บ โปรโมทเว็บ เว็บดีไซน์ เว็บโฮสติ้ง by Tismarketing.com รวมเวบไซต์:
Enter Songtoday.com and Vote for this site !!!
http://www.marinerthai.com/topsite/ http://www.media4stream.com/topsites/ ท่องเที่ยว 76 จังหวัด video clip,คลิปหลุดดารา,blog,บล็อก โปรโมทเว็บ software download เขียนบล็อก หางาน สถานที่ท่องเที่ยว หางานพริตตี้ ทิปดีดี ฟอร์เวิร์ดเมล์ อาชีพเสริม รถมือสอง หาเพื่อน ท่องเที่ยวไทย หารายได้ ขายบ้าน สมุนไพร ลงประกาศฟรี โพสโฆษณาฟรี เกมส์ รายได้พิเศษ โพสฟรี โปรโมทสินค้าฟรี Celebrity Biography free game free software video clip thailand travel music video Thailand hotels play games Online shopping and reviews world movie submit articles Travel Classifieds amazon compare prices web directory free wallpaper online dating video clip chat rooms file download add site forex signals Electronic specifications โพสสุขสันต์ ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี