ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ติดต่อเรา/Contact us
dot
bulletติดต่อเรา/Contact us
dot
บริการของสำนักงาน
dot
bulletตรวจสอบบัญชี
bulletบริการทาง บัญชี ภาษี
bulletจดทะเบียนบริษัท
bulletบริการด้านกฏหมาย
bulletบริการยื่นแบบและนำส่งภาษี
dot
บริการตรวจค้นข้อมูลธุรกิจ
dot
bulletตรวจค้นข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ
bulletตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
bulletรายชื่อผู้ทำบัญชี
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชี ( CPA )
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
bulletชื่อผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
bulletผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีแจ้งชื่อห้างฯที่ตรวจสอบ
bulletชื่อผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletงบการเงินบริษัทจดทะเบียน
bulletปฏิทินภาษี
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ทุกธนาคาร
dot
บริการคลังข้อมูลบัญชี
dot
bulletบริการค้นหาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
bulletจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
bulletยื่นแบบชำระภาษีออนไลน์
bulletหน่วยบริการภาษีใน กรุงเทพฯ
bulletตรวจค้นข้อมูลขอคืนภาษี ภงด.90,91
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานทำบัญชีและ CPD
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี CPA
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี TA
bulletตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้ทำบัญชี
bulletแบบฟอร์มบัญชี
bulletแบบฟอร์มสภาวิชาชีพบัญชี
bulletแบบฟอร์มสอบบัญชี
bulletแบบฟอร์มภาษีกรมสรรพากร
bulletแบบฟอร์มประกันสังคม
bulletแบบฟอร์มจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์
bulletรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
bulletความหมายของรายการย่อในงบการเงิน
bulletศัพท์บัญชี ไทย-อังกฤษ
bulletศัพท์บัญชี อังกฤษ-ไทย
bulletคำถามบัญชี/สอบบัญชีที่พบบ่อย
bulletความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA
bulletคุณวุฒิการศึกษาทางการบัญชีที่สภาวิชาชีพรับรอง
dot
กฏหมายทั่วไป และ ภาษีอากร
dot
bulletภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
bulletข้อหารือภาษีอากร
bulletแบบฟอร์มสัญญาต่างๆทางกฏหมาย
bulletแบบฟอร์มศาล/แบบพิมพ์ศาล
bulletรวมประมวลกฏหมาย
bulletความผิดอาญา ที่ยอมความได้
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (1)
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (2)
bulletรู้ทันภัยใกล้ตัว จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (1)
dot
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
dot
bulletข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
bulletกำหนดการทดสอบความรู้ของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletขั้นตอนการสมัครเข้ารับการทดสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletTA เปิดรับสมัครสอบปีละ 3 ครั้ง
bulletประกาศผลสอบ CPA
bulletข้อสังเกตจากคณะกรรมการผู้ตรวจข้อสอบของ TA โดยสรุป
bulletข้อสังเกตุจากอนุกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ CPA โดยสรุป (จากสภาวิชาชีพ)
bulletUpdate มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน การตีความ และร่างการตีความ จากสภาวิชาชีพบัญชี
bulletขอบเขตรายวิชาที่ต้องเข้ารับการทดสอบ เป็นผู้สอบบัญชี (CPA)
dot
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการทำบัญชี(ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)
dot
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ
bulletปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน
bulletปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการรายงานการสอบบัญชี
bulletคำถามที่พบบ่อย : บัญชีธุรกิจ และ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
bulletประเด็นคำถาม-คำตอบที่เป็นประโยชน์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
dot
ตัวอย่าง แนวการสอบบัญชี โดยย่อ
dot
bulletเงินสดและเงินฝากธนาคาร
bulletลูกหนี้การค้า
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
bulletสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
bulletสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น
bulletเงินลงทุน
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น
bulletเงินกู้ยืม
bulletส่วนของผู้ถือหุ้น
bulletรายได้
bulletซื้อสินค้า
bulletต้นทุนขาย
bulletค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
bulletการรับเงิน แนวการรับเงิน
bulletการจ่ายเงิน แนวการจ่ายเงิน
bulletแนวการสอบบัญชี เงินเดือน
bulletการจัดทำแนวทางการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
dot
มรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
dot
bulletมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต(เดิม)
bulletจรรยาบรรณของ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ออกใหม่ปี 53)
bulletคำชี้แจงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้สอบบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้ทำบัญชี
bulletจรรยาบรรณ ของ ผู้สอบบัญชี ภาษีอากร
bulletความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี
dot
ตัวอย่างรายงานการสอบบัญชี (บางส่วน)
dot
bulletรายงานแบบไม่มีเงื่อนไข
bulletการแสดงความเห็นแบบที่เปลี่ยนแปลงไป
bulletรายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล
bulletรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของ TA
bulletความแตกต่างระหว่าง TA และ CPA
bulletรายงานของมูลนิธิและสมาคม
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2544 ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ยกเลิกแล้วในปี 2551-ไม่ใช้แล้ว)
dot
bulletงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletงบการเงิน บริษัทจำกัด
bulletงบการเงิน บริษัทมหาชนจำกัด
bulletงบการเงิน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletงบการเงิน กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2551 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553)
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
bulletประเด็นคำถาม – คำตอบประกาศกรม เรื่อง รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2552
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2554 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป) ล่าสุดดๆๆ
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
ตัวอย่างการจดทะเบียนธุรกิจ
dot
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า/บุคคลธรรมดา)
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทมหาชน จำกัด
dot
ตัวอย่าง การควบคุมภายใน โดยย่อ
dot
bulletการควบคุมภายใน การรับเงิน
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินสดย่อย
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเช็ค
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินเดือนและค่าแรง
bulletการควบคุมภายใน การขาย
bulletการควบคุมภายใน การซื้อ
bulletการควบคุมภายใน ลูกหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน เจ้าหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน สินค้าคงเหลือ
bulletการควบคุมภายใน สินทรัพย์ถาวร
dot
ตัวอย่าง กระดาษทำการ ตรวจสอบบัญชี (working paper)
dot
bulletเงินสด เงินฝากธนาคาร เงินเบิกเกินบัญชี
bulletกระดาษทำการ ตรวจนับเงินสดย่อย
bulletทดสอบความถูกต้องการรับเงิน
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการจ่ายเงิน
bulletกระดาษทำการ เงินลงทุน
bulletลูกหนี้การค้า (1)
bulletลูกหนี้การค้า (2)
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletการตรวจตัดยอดขาย
bulletการตรวจตัดยอดซื้อ
bulletสินทรัพย์ถาวร (1)
bulletทรัพย์สินถาวร (2)
bulletทรัพย์สินถาวร (3)
bulletสินทรัพย์อื่น
bulletเงินกู้ยืม 1
bulletเงินกู้ยืม 2
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
bulletทุน
bulletกำไรสะสม
bulletรายได้และค่าใช้จ่าย
bulletรายได้
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการขาย
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการซื้อ
bulletวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
dot
Links ในเมืองไทยที่น่าสนใจ
dot
bulletข่าวและหนังสือพิมพ์
bulletเว็บยอดฮิต
bulletหน่วยงานราชการ
bulletองค์กรต่างๆ
bulletหน่ายงานกฏหมายและศาล
bulletเว็บไซด์พื้นฐาน
bulletวารสาร สรรพากรสาส์น
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletสภาทนายความ
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletตรวจหวย ( ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล)
bulletรวมเวบไซด์ หางาน สมัครงาน
bulletรวมเวบไซด์ เกมส์ออนไลน์
bulletสารบัญเว็บไทย
dot
Webboard
dot
bulletWebboard
bulletเวบไซด์การเดินทาง


www.google.co.th
www.sanook.com
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
สภาวิชาชีพบัญชี
กรมสรรพากร
เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์
สภาทนายความ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง ทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี พ.ศ.2547

 

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง

ทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี

พ.ศ.2547

......................................

 

โดยที่ประกาศกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็น  ผู้ทำบัญชี พ..2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี (ฉบับที่ 3)..2547 ออกตามความในมาตรา 7(6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ..2543 กำหนดให้อธิบดีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี (ฉบับที่ 3)..2547

ข้อ 3 อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี พ..2547

ข้อ 2.ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ..2547 เป็นต้นไป

 

ข้อ 3.ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพทุกรอบสามปี โดยในแต่ละรอบต้องมีจำนวนชั่วโมงไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมง และต้องเป็นกิจกรรมที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้ ในแต่ละปีผู้ทำบัญชีจะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

 

ข้อ 4.ภายใต้บังคับของข้อ 5 การเข้าร่วมกิจกรรมดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นการเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี และให้นับจำนวนชั่วโมงตามที่กำหนดในข้อ 3 ได้ ดังนี้

 

(1)       (1)       การเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรหรือเรื่องที่อธิบดีให้ความเห็นชอบซึ่งจัดโดย

(ก)       (ก)       สถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า

(ข)       (ข)        สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย

(ค)       (ค)        หอการค้าไทย

(ง)       (ง)        สถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น ซึ่งอธิบดีให้ความเห็นชอบ ให้นับจำนวนชั่วโมงได้ตามระยะเวลาที่

           เข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนา

(2)       (2)       การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา ให้นับจำนวนชั่วโมงได้สามเท่าของระยะเวลาการเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย

ผู้ดำเนินการสัมมนา

(3) การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ทางการบัญชี หรือเทียบเท่า ไม่ว่าจะเป็นการสอนในฐานะอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ ให้นับจำนวนชั่วโมงได้วิชาละ 9 ชั่วโมง และในแต่ละรอบสามปีให้นับจำนวนชั่วโมงได้ไม่เกิน 18 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทำการสอนเกินกว่าสองวิชาหรือไม่ก็ตาม

(4)       (4)        การสำเร็จการศึกษาในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี ให้นับจำนวนชั่วโมงได้ตามปีที่สำเร็จการศึกษา  ดังนี้

(ก)    (ก)    กรณีสำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม

-        -        ถ้าเป็นคุณวุฒิทางการบัญชีให้นับจำนวนชั่วโมงได้ 27 ชั่วโมง

-        -        ถ้าเป็นคุณวุฒิทางด้านอื่น เช่น  การเงิน บริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ การภาษีอากร หรือด้านอื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี ให้นับจำนวนชั่วโมงได้ 18 ชั่วโมง

(ข)       (ข)       กรณีสำเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่สูงกว่าคุณวุฒิเดิมให้นับจำนวนชั่วโมงได้ 9 ชั่วโมง

(5)       (5)        การผ่านการศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า ให้นับจำนวนชั่วโมงได้วิชาละ 6 ชั่วโมง

(6)       (6)        กิจกรรมอื่น นอกจากที่ระบุตาม (1) (2) (3) (4) และ (5) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

ข้อ 5.การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชีต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังต่อไปนี้

(1)       (1)       การบัญชี

(2)       (2)       กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี ได้แก่

(ก)       (ก)         กฎหมายว่าด้วยการบัญชี

(ข)       (ข)         กฎหมายว่าด้วยการสอบบัญชี

(ค)    (ค)      ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท)

(ง)       (ง)         กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

(จ)       (จ)         กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(ฉ)      (ฉ)        กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(ช)       (ช)         กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย

(ซ)       (ซ)         กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

() กฎหมายอื่นนอกจากที่ระบุข้างต้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

(3) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการภาษีอากร

(4) เทคโนโลยีสารสนเทศเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

(5) เรื่องอื่นๆ นอกจากที่ระบุตาม (1) (2) (3) และ (4) ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด       

 

ข้อ 6.การนับจำนวนชั่วโมงทุกรอบระยะเวลาสามปีตามข้อ 3 ให้นับตามปีปฏิทินโดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่  1 มกราคม พ..2548  เป็นต้นไป  ในกรณีที่ผู้ทำบัญชีแจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีต่ออธิบดีหลังวันที่ 1 มกราคม พ..2548  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีถัดจากปีที่ผู้ทำบัญชี

แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีเป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ในรอบระยะเวลาแรกให้ผู้ทำบัญชีสามารถนำชั่วโมงที่เข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชีตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หรือตั้งแต่วันที่แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีต่ออธิบดีแล้วแต่กรณี ไปนับรวมกับชั่วโมงในรอบระยะเวลาแรกได้        

ข้อ 7.ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายละเอียดการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี  ตามแบบ ส.บช.7 ที่แนบท้ายประกาศนี้ต่อ
อธิบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของทุกปี        

ประกาศ ณ วันที่ 5 สิงหาคม พ..2547

 

 

อรจิต  สิงคาลวณิช

(นางสาวอรจิต สิงคาลวณิช)

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

   

 

(ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม121 ตอนพิเศษ 89 ง วันที่ 9 สิงหาคม พ..2547)

 

 

 

 

 

คำชี้แจง

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี

.. 2547

------------------------------

ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลา ในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี พ.. 2547 ลงวันที่ 5 สิงหาคม พ.. 2547 นั้น

เพื่อความเข้าใจสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ทำบัญชี รวมทั้งการขอความเห็นชอบหลักสูตรและสถาบันหรือหน่วยงานผู้จัดอบรม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จัดทำคำชี้แจงประกาศฉบับดังกล่าวใน 2 เรื่อง คือหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทาง วิชาชีพของผู้ทำบัญชี และหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบหลักสูตร รวมทั้งสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานผู้จัดอบรม ดังนี้

หมวดที่ 1

หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี

1. จำนวนชั่วโมงขั้นต่ำและหลักเกณฑ์ในการนับจำนวนชั่วโมง

ผู้ทำบัญชีจะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพตามหลักสูตรและสถาบันที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงในทุกรอบสามปี โดยจะต้องเป็นหัวข้อทางการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง และในแต่ละปีจะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งหรือหลายกิจกรรมรวมกันได้ ดังต่อไปนี้

1.       1.       การอบรมหรือสัมมนา

2.       2.       การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา

3.       3.       การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษา

4.       4.       การสำเร็จการศึกษาในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

5.       5.       การผ่านการศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

6.       6.       กิจกรรมอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด

รายละเอียดกิจกรรมที่จะถือว่าเป็นการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ได้แก่

กิจกรรม

เนื้อหาเกี่ยวกับ

การนับจำนวนชั่วโมง

ลำดับ

เรื่อง

.

การเข้าร่วมการอบรม/สัมมนา

1.การบัญชี/การสอบบัญชี

  1. หัวข้อที่กำหนดเป็นวิชาเอกบังคับและวิชาเอกเลือกในหลักสูตรทางการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือ สถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมาย ว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ทางการบัญชี
  2. เนื้อหาใหม่ ๆ และประเด็นที่ท้าท้ายของวิชาชีพบัญชี
  3. เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อทางการบัญชี

การนับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ให้นับตามกำหนดเวลาที่สถาบันจัดอบรมแจ้งไว้ ดังนี้

การอบรม/สัมมนา

< 15 นาที = ไม่นับชั่วโมง

15 – 44 นาที = ½ ชั่วโมง

45 – 60 นาที = 1 ชั่วโมง

การพักรับประทานน้ำชา/กาแฟ กรณีกำหนดเวลา ให้ตัดเวลาออกตามเวลาที่ระบุไว้ในกำหนดการ ถ้าไม่กำหนดเวลาให้ตัดเวลาออกครั้งละ 15 นาที

การพักรับประทานอาหาร กรณีกำหนดเวลา ให้ตัดเวลาออกตามเวลาที่ระบุไว้ในกำหนดการ ถ้าไม่กำหนดเวลาให้ตัดเวลาออกครั้งละ 1 ชั่วโมง

การกล่าวเปิด/ปิดการอบรม ให้นับเป็นชั่วโมงได้เฉพาะการกล่าวเปิด/ปิด การอบรมในรูปแบบของการปาฐกถาพิเศษใน หัวข้อที่กำหนดให้เป็นหัวข้อการอบรมได้ ไม่ใช่การกล่าวเปิด/ปิดการอบรมโดยทั่วไป และให้นับเป็นชั่วโมงตามหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ในทุกรอบสามปี ไม่ให้นับซ้ำสำหรับ การอบรม/สัมมนาในหัวข้อเดิม เว้นแต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาอย่างมีสาระสำคัญ

.

2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

 

  1. กฎหมายว่าด้วยการบัญชี
  2. กฎหมายว่าด้วยการสอบบัญชี
  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท)
  4. กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด
  5. กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  6. กฎหมายว่าการธนาคารพาณิชย์
  7. กฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย
  8. กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจ เงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  9. กฎหมายอื่นๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการบัญชี

.

.

3. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการภาษีอากร

 

 

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  5. เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการภาษีอากร

.

.

4. เทคโนโลยีสารสนเทศเฉพาะที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี

  1. พื้นฐานความรู้ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
  2. กระบวนการบริหารงานและปฎิบัติการระบบสารสนเทศ
  3. การพัฒนา การบริหารงานและการควบคุมระบบสารสนเทศ
  4. เรื่องอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

.

.

5. เรื่องอื่น ๆที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับวิชาชีพบัญชี

เนื้อหาตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดเพิ่มเติมภายหลัง

.

.

การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย

ผู้ดำเนินการอบรม/สัมมนา

ในหลักสูตรเรื่องที่อบรม / สัมมนา

ตาม ก. 1 - 5

การนับจำนวนชั่วโมง ให้นับได้สามเท่าของเวลาที่ใช้ไปในการเป็นวิทยากร ผู้บรรยายผู้ดำเนินการสัมมนา เช่น การเป็นวิทยากรบรรยายสำหรับเนื้อหา 3 ชั่วโมงจะนับเป็นชั่วโมงได้ 3 เท่า = 9 ชั่วโมงโดยเวลาที่ใช้ไปในการเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา ให้นับตามกิจกรรม ก.

ทั้งนี้ในทุกรอบสามปีไม่ให้นับซ้ำสำหรับการเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนาในหัวข้อเดิม เว้นแต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาอย่างมีสาระสำคัญ

.

การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชนซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ทางการบัญชีไม่ว่าจะเป็นการสอนในฐานะอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ

สอนในวิชาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการอบรมตาม ก. 1 - 5

การนับจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ให้นับได้วิชาละ 9 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการสอนในภาคการศึกษาใด โดยในการพิจารณาว่าจะนับเป็นชั่วโมงในหัวข้อใดนั้นให้พิจารณาตามเนื้อหาของวิชาที่สอน

ทั้งนี้ ในทุกรอบสามปี ไม่ให้นับซ้ำสำหรับการสอนในวิชาเดิม และให้นับกิจกรรมนี้ได้ไม่เกิน 18 ชั่วโมง

 

.

1. การศึกษาเพิ่มเติมในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีในระดับที่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม

ได้ศึกษาในสถาบันการศึกษาและได้รับคุณวุฒิในระดับ ปริญญาตรีประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท หรือปริญญาเอก ซึ่งสูงกว่าคุณวุฒิเดิม

  • กรณีเป็นคุณวุฒิทางการบัญชีโดยตรง ในทุกรอบสามปีให้นับได้ 27 ชั่วโมง
  • กรณีเป็นคุณวุฒิอื่นในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีในทุกรอบสามปี ให้นับได้ 18 ชั่วโมง โดยในการพิจารณาว่าจะนับเป็นชั่วโมงในหัวข้อใดนั้น ให้พิจารณาตามสาขาที่สำเร็จการศึกษา

การนับเป็นชั่วโมงของรอบสามปีใดให้ถือตามปีที่สำเร็จการศึกษาเป็นเกณฑ์และถือว่าในแต่ละปีของรอบการพัฒนาความรู้สามปีนั้นได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำในแต่ละปี (6 ชั่วโมง ) แล้วดังนี้

(1) ถ้าสำเร็จการศึกษาระหว่างปีที่ 3 ของรอบสามปีใด ให้สามารถเลือกได้ว่าจะนับเป็นชั่วโมงของรอบนั้นหรือรอบสามปีถัดไป

ตัวอย่างเช่น ในรอบสามปีแรก 1.. 2548 - 31.. 2550 นาย ก ซึ่งสำเร็จการศึกษาในระหว่างปี 2550 สามารถเลือกนับการได้รับ คุณวุฒิเป็นชั่วโมงของรอบสามปีแรก (1.. 2548 - 31.. 2550 ) หรือรอบสามปีถัดไป (1.. 2551 - 31.. 2553) ก็ได้ โดยถ้าเลือกนับเป็นชั่วโมงของรอบสามปีถัดไป นาย ก จะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ในรอบ 3 ปีแรกให้ครบ 27 ชั่วโมง

(2) ถ้าสำเร็จการศึกษาระหว่างปีที่ 1 หรือ 2 ของรอบสามปีใด จะต้องนับเป็นชั่วโมงของรอบสามปีนั้น

ตัวอย่างเช่น ในรอบสามปีแรก 1.. 2548 - 31.. 2550 นาย ก ซึ่งสำเร็จการศึกษาในระหว่างปี 2548 -2549 จะต้องนับการได้รับคุณวุฒิเป็นชั่วโมงของรอบสามปีแรก (1.. 2548 - 31.. 2550 )

.

2. การศึกษาเพิ่มเติมในคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีซึ่งอาจไม่สูงกว่าคุณวุฒิเดิม

ได้ศึกษาในสถาบันการศึกษาและได้รับคุณวุฒิในระดับที่ไม่สูงกว่าคุณวุฒิที่เคยศึกษา ซึ่งอาจเป็น ปวส. ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท หรือปริญญาเอก

การนับชั่วโมงในทุกรอบสามปี ให้นับได้ 9 ชั่วโมงในการพิจารณาว่าจะนับเป็นชั่วโมงในหัวข้อใดนั้น ให้พิจารณาตามสาขาที่สำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ การพิจารณานับว่าเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ของรอบสามปีใดให้ถือตามปีที่สำเร็จการศึกษาเป็นเกณฑ์และถือว่าในแต่ละปีของรอบการพัฒนาความรู้สามปีนั้นได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนชั่วโมง ขั้นต่ำในแต่ละปี (6 ชั่วโมง ) แล้ว ดังนี้

(1) ถ้าสำเร็จการศึกษาระหว่างปีที่ 3 ของรอบสามปีใด ให้สามารถเลือกได้ว่าจะนับเป็นชั่วโมงของรอบนั้นหรือรอบสามปีถัดไป

ตัวอย่างเช่น ในรอบสามปีแรก 1.. 2548 - 31.. 2550 นาย ก ซึ่งสำเร็จการศึกษาในระหว่างปี 2550 สามารถเลือกนับการศึกษาเพิ่มเติมเป็นชั่วโมงของรอบสามปีแรก (1.. 2548 - 31.. 2550 ) หรือรอบสามปีถัดไป(1.. 2551 - 31.. 2553) ก็ได้ โดยถ้าเลือกนับเป็นชั่วโมงของรอบสามปีถัดไป นาย ก จะต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ในรอบ 3 ปีแรกให้ครบ 27 ชั่วโมง

(2) ถ้าสำเร็จการศึกษาระหว่างปีที่ 1 หรือ 2 ของรอบสามปีใด จะต้องนับเป็นชั่วโมงของรอบสามปีนั้น ตัวอย่างเช่น ในรอบสามปีแรก 1.. 2548 - 31.. 2550 นาย ก ซึ่งสำเร็จการศึกษาในระหว่างปี 2548 -2549 จะต้องนับการได้รับคุณวุฒิเป็นชั่วโมงของรอบสามปีแรก (1.. 2548 – 31.. 2550 )

.

 

 

 

 

 

 

 

 

การลงทะเบียนศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีและได้รับหลักฐานการผ่านจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชี

วิชาการบัญชีหรือที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี

 

 

 

 

 

 

 

 

การนับชั่วโมงในทุกรอบสามปี ให้นับได้วิชาละ 6 ชั่วโมง ในการพิจารณาว่าจะนับเป็นชั่วโมงในหัวข้อใดนั้น ให้พิจารณาตามวิชาที่ผ่านการศึกษา

ทั้งนี้ การพิจารณานับว่าเป็นชั่วโมงของรอบสามปีใด ให้ถือตามปีที่ผ่านการศึกษาเป็นเกณฑ์

.

การเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ

ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง

.

 

2. การปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้ของผู้ทำบัญชี

2.1 ผู้ทำบัญชีที่แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5 หรือ แบบ ส.บช 5-ก ก่อนหรือในวันที่ 31ธันวาคม 2547 สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2547 เป็นต้นไป

ตัวอย่างที่ 1 นาย ก ได้แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5 ไว้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547(ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่ 10 สิงหาคม 2547 และก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2547) ดังนั้น รอบในการอบรมความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีสามปีรอบแรกของนาย ก จะเป็นช่วงของวันที่ 10 สิงหาคม 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งจะต้องเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงและนาย ก จะต้องเข้ารับการอบรมในแต่ละปีของรอบในการอบรมสามปีรอบแรก ดังนี้

o        o        ช่วงวันที่ 10 สิงหาคม 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

สำหรับส่วนที่เหลืออีก 9 ชั่วโมงจะเป็นการอบรมในปีใดก็ได้ในระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งรวมทั้งสิ้นจะเท่ากับ 27 ชั่วโมงโดยจะต้องเป็นการอบรมในหัวข้อทางการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง

ตัวอย่างที่ 2 นาย จ ได้แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5 ไว้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2547 (ซึ่งเป็นวันหลังวันที่ 10 สิงหาคม 2547 แต่ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2547) ดังนั้น รอบในการอบรมความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีสามปีรอบแรกของนาย จ จะเป็นช่วงของวันที่ 15 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งจะต้องเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมง และนาย จ จะต้องเข้ารับการอบรมในแต่ละปีของรอบในการอบรมสามปีรอบแรก ดังนี้

o        o        ช่วงวันที่ 15 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 ต้องอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

สำหรับส่วนที่เหลืออีก 9 ชั่วโมงจะเป็นการอบรมในปีใดก็ได้ในระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งรวมทั้งสิ้นจะเท่ากับ 27 ชั่วโมงโดยจะต้องเป็นการอบรมในหัวข้อทางการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง

2.2 ผู้ทำบัญชีที่แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 เป็นต้นไป สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ได้แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5

ตัวอย่างเช่น นาย ข ได้แจ้งการเป็นผู้ทำบัญชีตามแบบ ส.บช. 5 ไว้เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2548 (ซึ่งเป็นวันหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2548) ดังนั้น รอบในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพสามปีรอบแรกของนาย ข จะเป็นช่วงของวันที่ 15 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ซึ่งจะต้องเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมงและ นาย ข จะต้องเข้ารับการอบรมในแต่ละปีของรอบในการอบรมสามปีรอบแรก ดังนี้

o        o        ช่วงวันที่ 15 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

o        o        ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2551 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ต้องอบรม ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

สำหรับส่วนที่เหลืออีก 9 ชั่วโมงจะเป็นการอบรมในปีใดก็ได้ในระหว่างวันที่ 15 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ซึ่งรวมทั้งสิ้นจะเท่ากับ 27 ชั่วโมงโดยจะต้องเป็นการอบรมในหัวข้อทางการบัญชีไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง               

3. หลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ

3.1 ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายละเอียดกิจกรรมการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพตามแบบฟอร์มที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดทางอินเตอร์เน็ตในเวปไซด์ www.dbd.go.th

ประเภทของกิจกรรม

ข้อมูลของแต่ละกิจกรรมตามที่กำหนดให้แจ้ง

หลักฐานที่ต้องเก็บรักษาไว้ 5 ปีซึ่งต้องมีข้อมูลตามที่กำหนดในหมวดที่ 2 ข้อ 3

  1. การเข้าร่วมการอบรม/สัมมนา
  1. เรื่องที่เข้ารับการอบรม/สัมมนา หรือเรื่องที่เป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา
  2. สถาบันจัดอบรม/สัมมนา
  3. วันเวลาและสถานที่จัดอบรม/สัมมนา
  4. จำนวนชั่วโมงที่นับได้

หนังสือรับรองการเข้ารับการอบรม/ สัมมนาประกาศนียบัตร หรือ หลักฐานแสดงการชำระเงินจากสถาบันจัดอบรม/สัมมนา

2.การเป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการอบรม/สัมมนา

  1. เรื่องที่เป็นวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการสัมมนา
  2. สถาบันจัดอบรม/สัมมนา
  3. วันเวลาและสถานที่จัดอบรม/สัมมนา
  4. จำนวนชั่วโมงที่นับได้

หนังสือรับรองการเป็น วิทยากร ผู้บรรยาย ผู้ดำเนินการอบรม/ สัมมนา จากสถาบันจัดอบรม/สัมมนา

3. การเป็นอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของรัฐหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชนซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ทางการบัญชีไม่ว่าจะเป็นการสอนในฐานะอาจารย์ประจำหรืออาจารย์พิเศษ

  1. วิชาที่สอน
  2. ชื่อสถาบันการศึกษา
  3. ช่วงเวลาที่สอนในวิชานั้น (ภาคการศึกษา)
  4. จำนวนชั่วโมงที่นับได้

 

 

 

 

หนังสือรับรองการเป็นอาจารย์สอนจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือ สถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน

4. การศึกษาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี (ไม่ว่าเป็นคุณวุฒิที่สูงกว่าคุณวุฒิเดิมหรือไม่)

  1. ชื่อคุณวุฒิการศึกษาที่สำเร็จ
  2. ชื่อสถาบันการศึกษา
  3. ระยะเวลาที่เข้าศึกษาและสำเร็จการศึกษา
  4. จำนวนชั่วโมงที่นับได้

 

วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองผลการศึกษาจากสถาบันการศึกษา

5. การลงทะเบียนศึกษาเฉพาะรายวิชาที่เกี่ยวขัองกับวิชาชีพบัญชีและได้รับหลักฐานการผ่านจากสถาบันการศึกษาของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ทางการบัญชี

  1. ชื่อวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชีที่ได้ลงทะเบียนเรียนและสอบผ่าน
  2. ชื่อสถาบันการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและสอบผ่าน
  3. ระยะเวลาที่เข้าศึกษาและผ่านการศึกษา
  4. จำนวนชั่วโมงที่นับได้

วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองผลการศึกษาจากสถาบันการศึกษา

6. การเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ

ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง

.

4. การตรวจสอบหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ

ผู้ทำบัญชีต้องจัดเก็บหลักฐานการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชีไว้กับตนเองเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของวันที่สิ้นสุดการอบรม เช่น กรณีผู้ทำบัญชีเข้ารับการอบรมในวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ทำบัญชีต้องจัดเก็บหลักฐานการอบรมนั้นไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับจากวันสิ้นปีปฏิทินของวันที่สิ้นสุดการอบรม (31 ธันวาคม 2548) ซึ่งต้องเก็บไว้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553

หากผู้ทำบัญชีได้รับหนังสือแจ้งจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้จัดส่งหลักฐานการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพเพื่อการตรวจสอบ ให้ผู้ทำบัญชีนำส่งหลักฐานดังกล่าว โดยดำเนินการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้

    1. นำส่งด้วยตนเองที่หน่วยรับแจ้งผู้ทำบัญชี สำนักกำกับดูแลธุรกิจ ชั้น 14 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
    2. นำส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนส่งไปยังสำนักกำกับดูแลธุรกิจ ตามที่อยู่ข้างต้น โดยใช้วันที่ที่ไปรษณีย์ต้นทางประทับตราเป็นวันรับแจ้ง

ในกรณีที่ผู้ทำบัญชีปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะถือเป็นกรณีฝ่าฝืนมาตรา 7(6) แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.. 2543 ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

 

หมวดที่ 2

หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบหลักสูตร รวมทั้งสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานผู้จัดอบรม

1. การขอรับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในหลักสูตรการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ หรือการขอความเห็นชอบเป็นสถาบันหรือหน่วยงานผู้จัดอบรม

1.1 กรณีสถาบันการศึกษาของรัฐ สถาบันการศึกษาของเอกชนตามกฏหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน ซึ่งมีการสอนไม่ต่ำกว่าระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ทางการบัญชีหรือเทียบเท่า สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย หรือ สถาบันผู้จัดอบรมที่เคยได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว ให้ยื่นหลักฐานการขอรับความเห็นชอบในหลักสูตรการอบรม/สัมมนา เพื่อให้สามารถนับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพได้ โดยต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีพร้อมแนบหลักฐาน ดังนี้

    1. รายละเอียดหลักสูตร เนื้อหา ขอบเขตวิชา
    2. ระยะเวลา และค่าธรรมเนียมในการจัดอบรม/สัมมนา
    3. ชื่อ คุณวุฒิ และประสบการณ์ในการทำงานของวิทยากรผู้บรรยาย ทั้งนี้ วิทยากรผู้บรรยายจะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาที่ให้การอบรม/สัมมนา หรือมีประสบการณ์ในเรื่องที่จะให้การอบรม/สัมมนาอย่างเพียงพอ

1.2 กรณีสถาบันหรือหน่วยงานอื่นนอกเหนือจากข้อ 1.1 ต้องยื่นความประสงค์ขอรับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้จัดอบรม/สัมมนาและขอความเห็นชอบหลักสูตรการอบรม/สัมมนาในแต่ละหลักสูตรเพื่อให้สามารถนับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพได้ โดยต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีพร้อมแนบหลักฐาน ดังนี้

    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานนั้น
    2. สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและสำเนาหนังสือรับรองการจัดตั้งสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงาน (ถ้ามี)
    3. รายละเอียดหลักสูตร เนื้อหา ขอบเขตวิชา
    4. ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมในการจัดอบรม/สัมมนา
    5. ชื่อ คุณวุฒิ และประสบการณ์ในการทำงานของวิทยากรผู้บรรยาย ทั้งนี้ วิทยากรผู้บรรยายจะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีในสาขาที่ให้การอบรม/สัมมนา หรือมีประสบการณ์ในเรื่องที่จะให้การอบรม/สัมมนาอย่างเพียงพอ

2.การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการอบรม/สัมมนาไปจากที่อธิบดีได้ให้ความเห็นชอบไว้หรือมีการจัดทำหลักสูตรขึ้นใหม่หรือวิทยากรใหม่

ในกรณีที่อธิบดีได้ให้ความเห็นชอบสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานใดแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการอบรม/สัมมนาไปจากที่อธิบดีได้ให้ความเห็นชอบไว้หรือมีการจัดทำหลักสูตรขึ้นใหม่ จะต้องขอรับความเห็นชอบหลักสูตรนั้นจากอธิบดีก่อนการจัดอบรม/สัมมนา โดยให้จัดส่งรายละเอียดตามข้อ 1.1 (1) (2) (3) หรือ 1.2 (3) (4) (5) เพื่อประกอบการพิจารณา เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการอบรม/สัมมนาในหัวข้อที่เป็นเรื่องเร่งด่วนหรือนำสมัยซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำบัญชีและไม่สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับความเห็นชอบได้ทัน สถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานนั้นอาจจัดอบรม/สัมมนาในเรื่องดังกล่าวไปก่อนได้แต่ต้องจัดส่งรายละเอียดดังกล่าว ต่ออธิบดีเพื่อขอรับความเห็นชอบภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดการอบรม/สัมมนา ทั้งนี้ สถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานนั้นต้องแจ้งให้ผู้ทำบัญชีที่สมัครเข้ารับการอบรม/สัมมนาทราบด้วยว่าหลักสูตรดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอรับความเห็นชอบจากอธิบดี

3. การเก็บหลักฐานการลงทะเบียนเข้ารับการอบรม/สัมมนา

สถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานผู้จัดอบรมต้องจัดเก็บหลักฐานการลงทะเบียนเข้ารับการอบรม/สัมมนาของผู้ทำบัญชีทุกรายไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของวันที่สิ้นสุดการอบรม/สัมมนา และจะต้องออกหนังสือรับรองการเข้ารับการอบรม/สัมมนา ในแต่ละครั้งให้แก่ผู้ทำบัญชี โดยหนังสือรับรองดังกล่าวจะต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

    1. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของสถาบันวิชาชีพบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงาน (ถ้ามี)
    2. ชื่อผู้เข้ารับการอบรม/สัมมนาและรหัสเลขที่ผู้ทำบัญชี
    3. หลักสูตรที่อบรม/สัมมนา และวันที่ที่หลักสูตรนั้นได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี
    4. วัน เวลา และจำนวนชั่วโมงที่เข้ารับการอบรม/สัมมนา
    5. ลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทน หรือผู้ได้รับมอบหมายให้กระทำการแทนพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี)
    6. วันที่ออกหนังสือรับรอง

4. การพิจารณายกเลิกการให้ความเห็นชอบสถาบันวิชาชีพการบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงาน

สถาบันวิชาชีพหรือสถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อ 2 และข้อ 3 อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอาจพิจารณายกเลิกการให้ความเห็นชอบสถาบันวิชาชีพการบัญชีหรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานนั้น

                อนึ่ง ในทางปฏิบัติอาจมีบางกรณีที่นอกเหนือจากคำชี้แจงที่ให้ไว้ และอาจจำเป็นต้องพิจารณาเพิ่มเติม โดยไม่จำกัดขอบเขตเพียงคำชี้แจงหรือตัวอย่างที่ให้ไว้ในที่นี้เท่านั้น

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

วันที่ 31 สิงหาคม 2547

 

 




บทความเพิ่มเติม2

แฟคตอริ่ง (Factoring) : ธุรกิจรับซื้อบัญชีลูกหนี้การค้า article
เช่าซื้อ และ ลิสซิ่ง แตกต่างกันอย่างไร article
ตัวอย่าง การจดทะเบียนสิทธิ และ นิติกรรม เกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์
บทความ และ สาระจาก กรมที่ดิน
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SME 150,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค.2551
การจ่ายเงินปันผล
เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
ตารางค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ article
หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการเข้ารับการฝึกอบรม หรือเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พ.ศ. ๒๕๕๐
ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 100,000 เป็น 150,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค.2551 พร้อม อัตราภาษีใหม่
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท สำนักงานจรัสทนายความและการบัญชี จำกัด เลขที่ 334 หมู่ที่ 9 ซอยสำโรงเหนือ 21 ถนนสุขุมวิท 113 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ 10270 โทรศัพท์ 081-802-2731 , 02-349-4238 โทรสาร 02-349-4239 Email :jarat_inkong@yahoo.com Website : http://www.jarataccountingandlaw.com ผู้ให้การสนับสนุน จัดทำเว็บ ออกแบบเว็บ โปรโมทเว็บ เว็บดีไซน์ เว็บโฮสติ้ง by Tismarketing.com รวมเวบไซต์:
Enter Songtoday.com and Vote for this site !!!
http://www.marinerthai.com/topsite/ http://www.media4stream.com/topsites/ ท่องเที่ยว 76 จังหวัด video clip,คลิปหลุดดารา,blog,บล็อก โปรโมทเว็บ software download เขียนบล็อก สถานที่ท่องเที่ยว ทิปดีดี อาชีพเสริม ท่องเที่ยวไทย สมุนไพร โปรโมทสินค้าฟรี Celebrity Biography free software thailand travel Thailand hotels Online shopping and reviews world movie submit articles Travel Classifieds amazon compare prices web directory free wallpaper add site Electronic specifications โพสสุขสันต์ ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี