ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ติดต่อเรา/Contact us
dot
bulletติดต่อเรา/Contact us
dot
บริการของสำนักงาน
dot
bulletตรวจสอบบัญชี
bulletบริการทาง บัญชี ภาษี
bulletจดทะเบียนบริษัท
bulletบริการด้านกฏหมาย
bulletบริการยื่นแบบและนำส่งภาษี
dot
บริการตรวจค้นข้อมูลธุรกิจ
dot
bulletตรวจค้นข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ
bulletตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
bulletรายชื่อผู้ทำบัญชี
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชี ( CPA )
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
bulletชื่อผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
bulletผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีแจ้งชื่อห้างฯที่ตรวจสอบ
bulletชื่อผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletงบการเงินบริษัทจดทะเบียน
bulletปฏิทินภาษี
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ทุกธนาคาร
dot
บริการคลังข้อมูลบัญชี
dot
bulletบริการค้นหาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
bulletจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
bulletยื่นแบบชำระภาษีออนไลน์
bulletหน่วยบริการภาษีใน กรุงเทพฯ
bulletตรวจค้นข้อมูลขอคืนภาษี ภงด.90,91
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานทำบัญชีและ CPD
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี CPA
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี TA
bulletตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้ทำบัญชี
bulletแบบฟอร์มบัญชี
bulletแบบฟอร์มสภาวิชาชีพบัญชี
bulletแบบฟอร์มสอบบัญชี
bulletแบบฟอร์มภาษีกรมสรรพากร
bulletแบบฟอร์มประกันสังคม
bulletแบบฟอร์มจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์
bulletรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
bulletความหมายของรายการย่อในงบการเงิน
bulletศัพท์บัญชี ไทย-อังกฤษ
bulletศัพท์บัญชี อังกฤษ-ไทย
bulletคำถามบัญชี/สอบบัญชีที่พบบ่อย
bulletความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA
bulletคุณวุฒิการศึกษาทางการบัญชีที่สภาวิชาชีพรับรอง
dot
กฏหมายทั่วไป และ ภาษีอากร
dot
bulletภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
bulletข้อหารือภาษีอากร
bulletแบบฟอร์มสัญญาต่างๆทางกฏหมาย
bulletแบบฟอร์มศาล/แบบพิมพ์ศาล
bulletรวมประมวลกฏหมาย
bulletความผิดอาญา ที่ยอมความได้
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (1)
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (2)
bulletรู้ทันภัยใกล้ตัว จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (1)
dot
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
dot
bulletข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
bulletกำหนดการทดสอบความรู้ของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ครั้งที่ 22 (2/2555)
bulletขั้นตอนการสมัครเข้ารับการทดสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletTA เปิดรับสมัครสอบปีละ 3 ครั้ง
bulletประกาศผลสอบ CPA
bulletข้อสังเกตจากคณะกรรมการผู้ตรวจข้อสอบของ TA โดยสรุป
bulletข้อสังเกตุจากอนุกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ CPA โดยสรุป (จากสภาวิชาชีพ)
bulletUpdate มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน การตีความ และร่างการตีความ จากสภาวิชาชีพบัญชี
bulletขอบเขตรายวิชาที่ต้องเข้ารับการทดสอบ เป็นผู้สอบบัญชี (CPA)
dot
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการทำบัญชี(ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)
dot
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ
bulletปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน
bulletปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการรายงานการสอบบัญชี
bulletคำถามที่พบบ่อย : บัญชีธุรกิจ และ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
bulletประเด็นคำถาม-คำตอบที่เป็นประโยชน์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
dot
ตัวอย่าง แนวการสอบบัญชี โดยย่อ
dot
bulletเงินสดและเงินฝากธนาคาร
bulletลูกหนี้การค้า
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
bulletสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
bulletสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น
bulletเงินลงทุน
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น
bulletเงินกู้ยืม
bulletส่วนของผู้ถือหุ้น
bulletรายได้
bulletซื้อสินค้า
bulletต้นทุนขาย
bulletค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
bulletการรับเงิน แนวการรับเงิน
bulletการจ่ายเงิน แนวการจ่ายเงิน
bulletแนวการสอบบัญชี เงินเดือน
dot
มรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
dot
bulletมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต(เดิม)
bulletจรรยาบรรณของ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ออกใหม่ปี 53)
bulletจรรยาบรรณ ของ ผู้สอบบัญชี ภาษีอากร
bulletความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี
dot
ตัวอย่างรายงานการสอบบัญชี (บางส่วน)
dot
bulletรายงานแบบไม่มีเงื่อนไข
bulletรายงานแบบมีเงื่อนไข
bulletรายงานแบบงบการเงินไม่ถูกต้อง
bulletรายงานแบบไม่แสดงความเห็น
bulletรายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล
bulletรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี ของ TA
bulletรายงานของมูลนิธิและสมาคม
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2544 ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ยกเลิกแล้วในปี 2551-ไม่ใช้แล้ว)
dot
bulletงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletงบการเงิน บริษัทจำกัด
bulletงบการเงิน บริษัทมหาชนจำกัด
bulletงบการเงิน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletงบการเงิน กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2551 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553)
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
bulletประเด็นคำถาม – คำตอบประกาศกรม เรื่อง รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2552
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2554 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป) ล่าสุดดๆๆ
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
ตัวอย่างการจดทะเบียนธุรกิจ
dot
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัท
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า/บุคคลธรรมดา)
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทมหาชน จำกัด
dot
ตัวอย่าง การควบคุมภายใน โดยย่อ
dot
bulletการควบคุมภายใน การรับเงิน
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินสดย่อย
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเช็ค
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินเดือนและค่าแรง
bulletการควบคุมภายใน การขาย
bulletการควบคุมภายใน การซื้อ
bulletการควบคุมภายใน ลูกหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน เจ้าหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน สินค้าคงเหลือ
bulletการควบคุมภายใน สินทรัพย์ถาวร
dot
ตัวอย่าง กระดาษทำการ ตรวจสอบบัญชี (working paper)
dot
bulletเงินสด เงินฝากธนาคาร เงินเบิกเกินบัญชี
bulletกระดาษทำการ ตรวจนับเงินสดย่อย
bulletทดสอบความถูกต้องการรับเงิน
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการจ่ายเงิน
bulletกระดาษทำการ เงินลงทุน
bulletลูกหนี้การค้า (1)
bulletลูกหนี้การค้า (2)
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletการตรวจตัดยอดขาย
bulletการตรวจตัดยอดซื้อ
bulletสินทรัพย์ถาวร (1)
bulletทรัพย์สินถาวร (2)
bulletทรัพย์สินถาวร (3)
bulletสินทรัพย์อื่น
bulletเงินกู้ยืม 1
bulletเงินกู้ยืม 2
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
bulletทุน
bulletกำไรสะสม
bulletรายได้และค่าใช้จ่าย
bulletรายได้
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการขาย
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการซื้อ
bulletวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
dot
Links ในเมืองไทยที่น่าสนใจ
dot
bulletข่าวและหนังสือพิมพ์
bulletเว็บยอดฮิต
bulletหน่วยงานราชการ
bulletองค์กรต่างๆ
bulletหน่ายงานกฏหมายและศาล
bulletเว็บไซด์พื้นฐาน
bulletวารสาร สรรพากรสาส์น
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletสภาทนายความ
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletตรวจหวย ( ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล)
bulletรวมเวบไซด์ หางาน สมัครงาน
bulletรวมเวบไซด์ เกมส์ออนไลน์
bulletสารบัญเว็บไทย
dot
Webboard
dot
bulletWebboard
bulletเวบไซด์การเดินทาง




การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) article

คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 96/2543

เรื่อง      การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวล

            รัษฎากร กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

 

---------------------------------------------

 

               เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำผู้มีเงินได้และผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

               ข้อ 1   การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานให้ปฏิบัติดังนี้

                        (1) ให้คำนวณหาจำนวนเงินได้พึงประเมินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี โดยให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ดังนี้

                                 (ก) กรณีจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนให้คูณด้วย 12

                                 (ข) กรณีจ่ายค่าจ้างเดือนละ 2 ครั้งให้คูณด้วย 24

                                 (ค) กรณีจ่ายค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์ให้คูณด้วย 52

                                 การจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้มีเงินได้ซึ่งเข้าทำงานระหว่างปี ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวในปีที่เข้าทำงานด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายจริงสำหรับปีนั้น เช่น เข้าทำงานวันที่ 1 เมษายน และกำหนดจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน จำนวนคราวที่จะต้องจ่ายสำหรับปีที่เข้าทำงานจะเท่ากับ 9

                        (2) ให้นำจำนวนเงินได้พึงประเมินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีตาม (1) มาคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ นำมาหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อน และคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น

                              การคำนวณหักค่าลดหย่อน ให้คำนวณตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งไว้พร้อมกับแนบสำเนาหลักฐานแสดงสิทธิในค่าลดหย่อนตามแบบ ล.ย.01(แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน) ทั้งนี้ ให้คำนวณหักค่าลดหย่อนได้ตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่เริ่มหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะจ่ายค่าลดหย่อนนั้นในเดือนใดของปีก็ตาม เว้นแต่ค่าลดหย่อนเงินบริจาคให้คำนวณหักได้เมื่อมีการจ่ายเงินบริจาคจริงเท่านั้น

                              กรณีผู้มีเงินได้ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงรายการค่าลดหย่อนระหว่างปี ให้คำนวณหักค่าลดหย่อนตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น

                        (3) ให้นำจำนวนเงินภาษีทั้งสิ้นที่คำนวณได้ตาม (2) มาหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ตาม (1) ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษี ณ ที่จ่าย ในแต่ละคราวที่จ่ายเงินนั้น

                              ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวไม่ลงตัวเหลือเศษเท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่ากับจำนวนภาษีที่ต้องเสียทั้งปี

                        (4) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินได้พึงประเมินที่จ่ายระหว่างปี ให้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่ทุกคราว ตามวิธีการตาม (1) - (3)

                        (5) กรณีมีการจ่ายเงินพิเศษเป็นครั้งคราวระหว่างปี เช่น ค่าล่วงเวลา เงินโบนัส ให้นำเงินพิเศษนั้นคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) เพื่อหาจำนวนเงินพิเศษเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี และให้นำมารวมเข้ากับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามปกติที่คำนวณได้เสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีใหม่ตามที่กล่าวตาม (2) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้นำภาษีที่คำนวณจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามปกติทั้งปี (ก่อนจ่ายเงินพิเศษ) หักออกได้ผลลัพธ์เป็นเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเพิ่มพิเศษซึ่งจ่ายเป็นครั้งคราวนั้น แล้วให้นำมารวมกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินที่จ่ายตามปกติในคราวนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเงินภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายทั้งสิ้นในคราวที่มีการจ่ายเงินพิเศษนั้น

                        (6) กรณีมีการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ไม่สามารถคำนวณหาจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีนำส่งไว้เท่านั้น หากคำนวณแล้วไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ในปีเดียวกันนี้ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้ผู้รับรายเดียวกันนี้อีก ให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งแรกมารวมกับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งที่สอง แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการคำนวณครั้งแรก หากคำนวณแล้วไม่มีภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ถ้าได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้นำเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว (ถ้ามี) มาเครดิตออก เหลือเท่าใดจึงหักเป็นเงินภาษีและนำส่งไว้เท่านั้น ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินในครั้งที่สามและครั้งต่อ ๆ ไป ก็ให้คำนวณตามวิธีดังกล่าวนี้ทุกครั้งไป

                        (7) กรณีนายจ้างออกเงินค่าภาษีแทนให้ลูกจ้างสำหรับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ที่ลูกจ้างได้รับในปีใด โดยลูกจ้างไม่ต้องรับภาระในการเสียภาษีด้วยตนเองเลย ให้นำเงินค่าภาษีที่นายจ้างออกแทนให้ไปรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในปีนั้น แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จนกว่าจะไม่มีเงินค่าภาษีที่นายจ้างต้องออกแทนให้อีก

                        (8) กรณีนายจ้างออกเงินค่าภาษีแทนให้ลูกจ้าง สำหรับเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นจำนวนที่แน่นอน เช่น เท่ากับจำนวนภาษีที่จะต้องชำระ ให้นำเงินค่าภาษีที่นายจ้างออกแทนให้ไปรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในปีนั้น แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1)แห่งประมวลรัษฎากร

 

                ข้อ 2   การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเงินภาษีที่จะต้องหักไว้เป็นครั้งสุดท้ายในปีนั้น ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินมีสิทธิที่จะคำนวณภาษีเพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักเมื่อรวมแล้วเท่ากับจำนวนภาษีที่ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีทั้งสิ้น โดยนำจำนวนภาษีที่ได้หักและนำส่งไว้แล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องเสียทั้งสิ้น ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักและนำส่งไว้เท่านั้น เช่น

                        นาย ก. มีเงินได้พึงประเมินที่จะต้องเสียภาษีทั้งปีจำนวน 20,140 บาท ซึ่งจะต้องถูกหักภาษีไว้เดือนละ 1,678.33 บาท ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินได้หักภาษี (คำนวณตามข้อ 1) และนำส่งไว้เดือนละ 928.33 บาท เป็นเวลา 9 เดือน (มกราคม-กันยายน) และเดือนละ 4,315 บาท เป็นเวลา 2 เดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) รวมเป็นเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว = (928.33 X 9) + (4,315 X 2) = 16,984.97 บาท เหลือภาษีที่จะต้องหักและนำส่งในเดือนธันวาคม = 20,140 - 16,984.97 = 3,155.03 บาท

 

                ข้อ 3   การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในเดือนสุดท้ายที่ผู้มีเงินได้ออกจากงานระหว่างปี ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินมีสิทธิที่จะคำนวณภาษี เพื่อให้เงินภาษีที่หักไว้ถูกต้องครบถ้วนตามรายการค่าลดหย่อนที่แท้จริงตามหลักฐานที่ผู้มีเงินได้นำมาแสดงโดยนำเงินภาษีที่หักไว้ไม่ครบถ้วนหรือเกินในเดือนก่อน ๆ มารวมหรือหักกับภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายไว้ครั้งสุดท้ายนั้นได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักและนำส่งไว้เท่านั้น เช่น

                        นาย ก. ถูกหักภาษีไว้เดือนละ 928.33 บาท (ตามรายการค่าลดหย่อนที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน) เป็นเวลา 5 เดือน นาย ก. ลาออกจากงานในเดือนต่อมา เมื่อผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินคำนวณภาษี ตามรายการค่าลดหย่อนที่แท้จริงในเดือนสุดท้ายที่ออกจากงาน ได้ผลลัพธ์เป็นเงินภาษีที่ต้องหักเดือนละ 1,008.33 บาท ภาษีที่หักไว้ไม่ครบ = (1,008.33 - 928.33) X 5 = 400 จึงต้องหักภาษีและนำส่งในเดือนสุดท้ายนั้น = 1,008.33 + 400 = 1,408.33 บาท (กรณีถูกหักภาษีในแต่ละเดือนไว้ขาด) นาย ก. ถูกหักภาษีไว้เดือนละ 928.33 บาท (ตามรายการค่าลดหย่อนที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน) เป็นเวลา 5 เดือน นาย ก. ลาออกจากงานในเดือนต่อมา เมื่อผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินคำนวณภาษี ตามรายการค่าลดหย่อนที่แท้จริงในเดือนสุดท้ายที่ออกจากงาน ได้ผลลัพธ์เป็นเงินภาษีที่ต้องหักเดือนละ 803.33 บาท ภาษีที่หักไว้เกิน = (928.33 - 803.33) X 5 = 625 จึงต้องหักภาษีและนำส่งในเดือนสุดท้ายนั้น = 803.33 - 625 = 178.33 บาท (กรณีถูกหักภาษีในแต่ละเดือนไว้เกิน)

 

                ข้อ 4   การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในเดือนอื่นนอกจากกรณีตามข้อ 2 และข้อ 3 ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินยังคงต้องคำนวณภาษีและหัก ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ตามที่กล่าวในข้อ 1

 

                ข้อ 5   บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก

 

สั่ง ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

 

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

 

 

แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน (แบบ ล.ย.01) >>

 

---------------------------------------------

 

 

ตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย

กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 96/2543

 

ตัวอย่างที่ 1   

กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินเป็นรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กันตลอดปีภาษี ตามข้อ 1 (1) (2) (3)

ปีภาษี 2542 นาย ก. ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาท นาย ก. ได้แจ้งสถานะการหักลดหย่อนไว้ดังนี้

ภรรยาไม่มีเงินได้ และบุตรกำลังศึกษา 2 คน

ต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตในเดือนกรกฎาคม 2542 จำนวน 9,600 บาท และ ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ที่จะต้องจ่ายทั้งปี จำนวน 13,200 บาท

ผู้จ่ายเงินได้ ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแต่ละเดือน ดังนี้

วิธีคำนวณ

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    30,000 x 12 =   360,000.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                  =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                               =   300,000.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว                 30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนคู่สมรส                        30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนบุตรศึกษา 2 คน          34,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต              9,600.-    บาท

ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ        10,000.-    บาท       =   113,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                       =   186,400.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปี ((100,000 - 50,000) X 5%) + (86,400 X10%)      =     11,140.-      บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแต่ละเดือน 11,140 หาร 12                                 =          928.33    บาท

เหลือเศษ                                                                                                =               0.003   บาท

จำนวนเงินที่เหลือเศษให้รวมกับเงินภาษี

ที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม = 928.33 + (0.003 x 12)                                  =          928.37 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นาย ก. ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                                               =          928.33 บาท

เดือนธันวาคม                                                                                        =          928.37 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 2   

กรณีมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินได้พึงประเมินที่จ่ายระหว่างปีภาษี ตามข้อ 1 (4) และการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย เดือนธันวาคมตามข้อ 2

จากตัวอย่างที่ 1 ถ้านาย ก. ได้รับเงินเดือนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542 เป็นเดือนละ 60,000 บาท ผู้จ่ายเงินได้ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้

วิธีคำนวณ

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    60,000 x 12                         =   720,000.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                          =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                       =   660,000.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 34,000 + 9,600 + 10,000   =   113,600.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                               =   546,400.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปี ((100,000 - 50,000) X 5%) + (400,000 X10%) + (46,400 X 20%)

                                                                                                            =      51,780.-   บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป 51,780 หาร 12       =        4,315.-   บาท

สำหรับในเดือนธันวาคม ให้ปรับปรุงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้ :

ภาษีที่ต้องเสียทั้งปีจากเงินได้ที่ได้รับจริง (คำนวณจากเงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาท 9 เดือน

และเดือนละ 60,000 บาท 3 เดือน)                                                        =      20,140.-   บาท

ภาษีเงินได้ที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย และนำส่งไว้แล้ว (ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤศจิกายน)

= (928.33 X 9) + (4,315 X 2)                                                           =     16,984.97 บาท

เป็นภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ในเดือนธันวาคม = 20,140 - 16,984.97      =       3,155.03 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นาย ก. ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง กันยายน เดือนละ                                                      =          928.33 บาท

เดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                   =       4,315.-    บาท

เดือนธันวาคม                                                                                       =       3,155.03 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 3 

กรณีมีการจ่ายเงินพิเศษเป็นครั้งคราวในระหว่างปีภาษี ตามข้อ 1 (5)

จากตัวอย่างที่ 1 ถ้าในเดือนมีนาคม 2542 นาย ก. ได้รับเงินโบนัสอีก จำนวนหนึ่งเป็นเงิน 90,000 บาท ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เดือนมีนาคม 2542 ดังนี้

วิธีคำนวณ

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    30,000 x 12                       =   360,000.-    บาท

บวก เงินโบนัส = 90,000 X 1                                                           =     90,000.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                         =   450,000.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                        =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                     =   390,000.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 34,000 + 9,600 + 10,000 =   113,600.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                             =   276,400.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปีของเงินเดือนรวมเงินโบนัส

((100,000 - 50,000) X 5%) + (176,400 X10%)                        =      20,140.-   บาท

หัก ภาษีเงินได้ทั้งปีเฉพาะเงินเดือน (ตามตัวอย่าง 1)                            =      11,140.-   บาท

คงเหลือภาษีเงินได้ของโบนัส                                                               =        9,000.-   บาท

บวก ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนของเดือนมีนาคม (ตามตัวอย่าง 1) =           928.33 บาท

รวม ภาษีต้องหัก ณ ที่จ่าย เดือนมีนาคม                                               =       9,928.33 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นาย ก. ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ เดือนละ                                                =          928.33 บาท

เดือนมีนาคม                                                                                      =       9,928.33 บาท

เดือนเมษายน ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                               =          928.33 บาท

เดือนธันวาคม                                                                                     =          928.37 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 4  

กรณีจำนวนคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่สม่ำเสมอตลอดปีภาษี ตามข้อ 1(6)

จากตัวอย่างที่ 1 นาย ก. ได้รับเงินเดือนและได้รับเงินค่าล่วงเวลาตาม จำนวนวันที่ทำงาน

เดือนมกราคมได้รับค่าล่วงเวลา 6,500 บาท

เดือนกุมภาพันธ์ได้รับค่าล่วงเวลา 5,200 บาท

ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายดังนี้

วิธีคำนวณ

มกราคม

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    30,000 x 12                       =   360,000.-    บาท

บวก ค่าล่วงเวลาเดือนมกราคม                                                            =       6,500.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                         =   366,500.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                        =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                     =   306,500.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 34,000 + 9,600 + 10,000 =   113,600.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                             =   192,900.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปีของเงินเดือนรวมค่าล่วงเวลา ((100,000 - 50,000) X 5%) + (92,900 X10%)

                                                                                                         =      11,790.-   บาท

หัก ภาษีเงินได้ทั้งปีเฉพาะเงินเดือน (ตามตัวอย่าง 1)                            =      11,140.-   บาท

คงเหลือภาษีเงินได้ของค่าล่วงเวลาเดือนมกราคม                                   =           650.-   บาท

บวก ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนของเดือนมกราคม                         =          928.33 บาท

รวมภาษีต้องหัก ณ ที่จ่ายเดือนมกราคม (650 + 928.33)                     =       1,578.33 บาท

กุมภาพันธ์

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    30,000 x 12                        =   360,000.-    บาท

บวก ค่าล่วงเวลาเดือนมกราคม                                                             =       6,500.-    บาท

บวก ค่าล่วงเวลาเดือนกุมภาพันธ์                                                          =       5,200.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                         =   371,700.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                         =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                      =   311,700.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 34,000 + 9,600 + 10,000)=   113,600.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                              =   198,100.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปีของเงินเดือนรวมค่าล่วงเวลา ((100,000 - 50,000) X 5%) + (98,100 X10%)

                                                                                                          =      12,310.-   บาท

หัก ภาษีเงินได้ทั้งปีเฉพาะเงินเดือน (ตามตัวอย่าง 1)                             =      11,140.-   บาท

ภาษีเงินได้ของค่าล่วงเวลา                                                                    =        1,170.-   บาท

หัก ภาษีเงินได้ค่าล่วงเวลาเดือนมกราคม                                               =            650.-   บาท

คงเหลือภาษีเงินได้ค่าล่วงเวลาเดือนกุมภาพันธ์                                       =            520.-   บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนของเดือนกุมภาพันธ์                               =           928.33 บาท

รวมภาษีต้องหัก ณ ที่จ่ายเดือนกุมภาพันธ์ (520 + 928.33)                    =       1,448.33 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นาย ก. ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม                                                                                      =       1,578.33 บาท

เดือนกุมภาพันธ์                                                                                   =       1,448.33 บาท

เดือนมีนาคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                  =          928.33 บาท

เดือนธันวาคม                                                                                       =          928.37 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 5  

กรณีนายจ้างออกเงินค่าภาษีเงินได้แทนให้ลูกจ้าง สำหรับเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในปีภาษี โดยลูกจ้างไม่ต้องรับภาระในการเสียภาษีเงินได้ด้วยตนเองเลย (ออกภาษีให้ตลอดไป) ตามข้อ 1 (7)

นายลิขิตมีเงินเดือน ๆ ละ 25,000 บาท มีภรรยาชอบด้วยกฎหมาย และบุตร กำลังศึกษา 1 คน บริษัทออกเงินภาษีให้ตลอดไป ผู้จ่ายเงินได้ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้

วิธีคำนวณ

ครั้งที่ 1

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                   =   300,000.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   240,000.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว                                 30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนคู่สมรส                                       30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนบุตรศึกษา 1 คน                          17,000.-    บาท                         =    77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                          =  186,400.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 1 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (63,000 X10%) =       8,800.-    บาท

 

ครั้งที่ 2

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                   =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 1                                                                        =        8,800.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                     =   308,800.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   248,800.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  171,800.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 2 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (71,800 X10%) =      9,680.-    บาท

 

ครั้งที่ 3

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                  =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 2                                                                       =        9,680.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                    =   309,680.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   249,680.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  172,680.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 3 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,680 X10%)=       9,768.-    บาท

 

ครั้งที่ 4

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                  =   300,000.-    บาท

บวกภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 3                                                                        =        9,768.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                    =   309,768.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                =   249,768.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                          =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                        =  172,768.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 4 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,768 X10%)=      9,776.80 บาท

 

ครั้งที่ 5

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                   =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 4                                                                       =        9,776.80 บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                    =   309,776.80 บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   249,776.80 บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  172,776.80 บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 5 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,776.80 X10%)

                                                                                                                      =      9,777.68 บาท

 

ครั้งที่ 6

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                   =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 5                                                                        =        9,777.68 บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน=   309,777.68 บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   249,777.68 บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  172,777.68 บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 6 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,777.68 X 10%)

                                                                                                                     =      9,777.77 บาท

 

ครั้งที่ 7

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                  =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 6                                                                       =        9,777.77 บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                    =   309,777.77 บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                   =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                =   249,777.77 บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                          =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                        =  172,777.77 บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 7 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,777.77 X 10%)

                                                                                                                     =      9,777.78 บาท

 

ครั้งที่ 8

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                  =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 7                                                                       =        9,777.78 บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                    =   309,777.78 บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                   =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                =   249,777.78 บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                          =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                        =  172,777.78 บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 8 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (72,777.78 X 10%)         

                                                                                                                     =      9,777.78 บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแต่ละเดือน 9,777.78 หาร 12                                     =         814.81 บาท

เหลือเศษ                                                                                                        =               .005 บาท

จำนวนเงินเหลือเศษให้รวมกับเงินภาษี

ที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม = 814.81 + (0.005 X 12 )          =        814.87 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นายลิขิต ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                         =        814.81 บาท

เดือนธันวาคม                                                                                                =       814.87 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 6  

กรณีนายจ้างออกเงินค่าภาษีเงินได้แทนให้ลูกจ้าง สำหรับเงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นจำนวนที่ แน่นอน (ออกภาษีให้ครั้งเดียว) ตามข้อ 1 (8) เช่น เท่ากับจำนวนภาษีเงินได้ที่จะต้องชำระ

จากตัวอย่างที่ 5 นายจ้างออกเงินค่าภาษีให้ครั้งเดียวเป็นจำนวนที่แน่นอน ผู้จ่ายเงินได้ ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้

วิธีคำนวณ

ครั้งที่ 1

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                  =   300,000.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                   =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                =   240,000.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =    77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  163,000.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 1 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (63,000 X10%) =      8,800.-    บาท

 

ครั้งที่ 2

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    25,000 x 12                                   =   300,000.-    บาท

บวก ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 1                                                                        =        8,800.-    บาท

รวมเงินได้พึงประเมิน                                                                                     =   308,800.-    บาท

หัก ค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                 =   248,800.-    บาท

หัก ค่าลดหย่อน (30,000 + 30,000 + 17,000)                                           =     77,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                         =  171,800.-    บาท

ภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 2 ((100,000 - 50,000) X 5%) + (71,800 X10%) =      9,680.-    บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแต่ละเดือน 9,680 หาร 12                                            =         806.66 บาท

เหลือเศษ                                                                                                         =                .006 บาท

จำนวนเงินเหลือเศษให้รวมกับเงินภาษี

ที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม = 806.66 + (0.006 X 12 )           =         806.74 บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นายลิขิต ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                         =          806.66 บาท

เดือนธันวาคม                                                                       =          806.74 บาท

 

---------------------------------------------

 

ตัวอย่างที่ 7   

การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานการหักค่าลดหย่อนที่แท้จริงที่ผู้มีเงินได้นำมาแสดง กรณีผู้มีเงินได้ออกจากงานในระหว่างปีภาษี ตามข้อ 3

จากตัวอย่างที่ 1 นาย ก. ได้ลาออกจากงานวันที่ 30 มิถุนายน 2542 และไม่สามารถนำหลักฐานการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตจำนวน 9,600 บาท ที่แจ้งรายการขอหักลดหย่อนไว้ต่อผู้จ่ายเงินได้มาแสดงได้ แต่ได้นำใบเสร็จรับเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จ่ายในแต่ละเดือนมาแสดงจำนวน 12,000 บาท ผู้จ่ายเงินได้ต้อง คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเดือนมิถุนายน 2542 ดังนี้

วิธีคำนวณ

เงินเดือนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี    =    30,000 x 12                                  =   360,000.-    บาท

หักค่าใช้จ่าย (40 % ไม่เกิน 60,000 บาท)                                                    =     60,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย                                                                =   300,000.-    บาท

หัก  ค่าลดหย่อนส่วนตัว                    30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนคู่สมรส                            30,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนบุตรศึกษา 2 คน               34,000.-    บาท

ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ             10,000.-    บาท                                  =   104,000.-    บาท

คงเหลือเงินได้สุทธิ                                                                                       =   196,000.-    บาท

ภาษีเงินได้ทั้งปี ((100,000 - 50,000) X 5%) + (96,000 X10%)            =     12,100.-    บาท

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแต่ละเดือน 12,100 หาร 12                                       =       1,008.33 บาท

ภาษีที่นำส่งไว้ขาดแต่ละเดือน (1,008.33 - 928.33)                                     =            80.-    บาท

จำนวนเดือนที่ส่งไว้ขาด คือ 5 เดือน (มกราคม - พฤษภาคม)

ภาษีที่ต้องนำส่งเดือนมิถุนายน 1,008.33 + (80.00 X 5)                              =       1,408.33

บาท

สรุป ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายของ นาย ก. ในกรณีนี้ ดังนี้

เดือนมกราคม ถึง พฤศจิกายน เดือนละ                                                       =          928.33 บาท

เดือนธันวาคม                                                                                             =          928.37 บาท




ความรู้เกี่ยวกับภาษี

SMEs เสียภาษีสรรพากรอย่างไร ? article
ชี้ช่องประหยัดเงิน (ภาษี) ภ.ง.ด.50 โดยอาจารย์ อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ article
การชดเชยค่าภาษีอากร-บัตรภาษี article
มนุษย์เงินเดือนเฮครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย60% (มีผลบังคับใช้ในปี 2550) article
การอุทธรณ์ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร article
10 เคล็ดลับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 article
การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย article
ภาษีป้าย article
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน article
ใบลดหนี้ (Credit Note)
ภาระภาษีในการประนอมหนี้ ค่าบริการ
เงื่อนไขในการคำนวณส่วนของ หนี้สูญ เพื่อนำมาหักออกจาก ภาษีขาย
การทำบัญชี ของบุคคลธรรมดา ที่ไม่จด VAT
กิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือ Consortium
Income Tax Guide for foreign Company
เลิกห้างหุ้นส่วนกับภาระภาษี
ภาษีค่าสิทธิ - จากสรรพากรสาส์น
ภาษีซื้อห้ามขอคืน แต่ถือเป็นค่าใช้จ่าย
การเสีย VAT กรณีนำเข้าสินค้ามาขายแบบ 3 เส้า
คลังสินค้าทัณฑ์บน (BONDED WAREHOUSE ) คืออะไร?
เขตปลอดอากร เขตยกเว้นภาษี
ข้อหารือกรมสรรพากร ที่น่าสนใจ
บัญชีอากรแสตมป์ อัตราอากรแสตมป์
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ( ตาม มาตรา 56 ทวิ)
การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
การเฉลี่ยภาษีซื้อ
Withholding Tax Rates for Royalties under Thailand's DTAs
Withholding Tax Rates for Interest under Thailand's DTAs
เงินได้พึงประเมินที่ผู้เสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีสิทธิแยกคำนวณภาษี
คณะบุคคล... อีกหน่วยภาษี ที่ไม่ควรมองข้าม
ภาษีบ้านเช่าครึ่งปี
ภาษีเลี้ยงรับรองปีใหม่
ภาษีค่าน้ำมันรถ
ลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจาก 50,000 เป็น 100,000
มาตรการสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ + ห้องชุด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551
เช่าทรัพย์กับภาษีอากร
สารพัน ปัญหาภาษีสรรพากร - สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
ค่าชดเชยการเลิกจ้าง กับภาระภาษีอากร
ค่าตอบแทนที่ตัวแทนหรือนายหน้า หรือหัวหน้าตัวแทนประกันชีวิตได้รับถือเป็นเงินได้ประเภทใด
ขายสินค้าเกษตรเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรับรู้รายได้เนื่องจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีจ่ายค่าน้ำมันรถยนต์แก่พนักงาน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีผลเสียหายจากการประกอบกิจการ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีรายได้จากการให้บริการป้ายโฆษณา
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินไปต่างประเทศ
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินค่าซ่อมเครื่องจักรและ ค่าที่ปรึกษาไปต่างประเทศ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าบริการอื่นให้แก่บริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเสียภาษีของนิติบุคคลอาคารชุด
ปัญหา ของขวัญกับการเสียภาษี
ความรู้เกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94
ปัญหา ค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF และ LTF
เงินสนับสนุนการศึกษาและเงินบริจาค
สารพันปัญหา "ค่าลดหย่อน"
การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้
เงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
การคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินตามประมวลรัษฎากร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัตรแลกรับบริการล่วงหน้า
พระราชกฤษฎีกา ลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร ปี 2555
การเสียภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ของนักแสดงสาธารณะ
คำชี้แจงกรมสรรพากร กรณีการยื่นแบบเสียภาษีของสามีและภรรยา ปี 2555
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขายอสังหาริมทรัพย์ป็นทางค้าหรือหากำไร
สรุปอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2555-2556



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท สำนักงานจรัสทนายความและการบัญชี จำกัด เลขที่ 334 หมู่ที่ 9 ซอยสำโรงเหนือ 21 ถนนสุขุมวิท 113 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ 10270 โทรศัพท์ 081-802-2731 , 02-349-4238 โทรสาร 02-349-4239 Email :jarat_inkong@yahoo.com Website : http://www.jarataccountingandlaw.com ผู้ให้การสนับสนุน จัดทำเว็บ ออกแบบเว็บ โปรโมทเว็บ เว็บดีไซน์ เว็บโฮสติ้ง by Tismarketing.com รวมเวบไซต์:
Enter Songtoday.com and Vote for this site !!!
http://www.marinerthai.com/topsite/ http://www.media4stream.com/topsites/ ท่องเที่ยว 76 จังหวัด video clip,คลิปหลุดดารา,blog,บล็อก โปรโมทเว็บ software download เขียนบล็อก หางาน สถานที่ท่องเที่ยว หางานพริตตี้ ทิปดีดี ฟอร์เวิร์ดเมล์ อาชีพเสริม รถมือสอง หาเพื่อน ท่องเที่ยวไทย หารายได้ ขายบ้าน สมุนไพร ลงประกาศฟรี โพสโฆษณาฟรี เกมส์ รายได้พิเศษ โพสฟรี โปรโมทสินค้าฟรี Celebrity Biography free game free software video clip thailand travel music video Thailand hotels play games Online shopping and reviews world movie submit articles Travel Classifieds amazon compare prices web directory free wallpaper online dating video clip chat rooms file download add site forex signals Electronic specifications โพสสุขสันต์ ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี