ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ติดต่อเรา/Contact us
dot
bulletติดต่อเรา/Contact us
dot
บริการของสำนักงาน
dot
bulletตรวจสอบบัญชี
bulletบริการทาง บัญชี ภาษี
bulletจดทะเบียนบริษัท
bulletบริการด้านกฏหมาย
bulletบริการยื่นแบบและนำส่งภาษี
dot
บริการตรวจค้นข้อมูลธุรกิจ
dot
bulletตรวจค้นข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจ
bulletตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
bulletรายชื่อผู้ทำบัญชี
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชี ( CPA )
bulletรายชื่อผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
bulletชื่อผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
bulletผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีแจ้งชื่อห้างฯที่ตรวจสอบ
bulletชื่อผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletงบการเงินบริษัทจดทะเบียน
bulletปฏิทินภาษี
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletดอกเบี้ยเงินฝาก เงินกู้ทุกธนาคาร
dot
บริการคลังข้อมูลบัญชี
dot
bulletบริการค้นหาเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
bulletจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
bulletยื่นแบบชำระภาษีออนไลน์
bulletหน่วยบริการภาษีใน กรุงเทพฯ
bulletตรวจค้นข้อมูลขอคืนภาษี ภงด.90,91
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานทำบัญชีและ CPD
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี CPA
bulletแจ้งเพิ่ม ลด งานสอบบัญชี TA
bulletตรวจค้นหลักสูตร CPD ของผู้ทำบัญชี
bulletแบบฟอร์มบัญชี
bulletแบบฟอร์มสภาวิชาชีพบัญชี
bulletแบบฟอร์มสอบบัญชี
bulletแบบฟอร์มภาษีกรมสรรพากร
bulletแบบฟอร์มประกันสังคม
bulletแบบฟอร์มจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์
bulletรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
bulletความหมายของรายการย่อในงบการเงิน
bulletศัพท์บัญชี ไทย-อังกฤษ
bulletศัพท์บัญชี อังกฤษ-ไทย
bulletคำถามบัญชี/สอบบัญชีที่พบบ่อย
bulletความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA
bulletคุณวุฒิการศึกษาทางการบัญชีที่สภาวิชาชีพรับรอง
dot
กฏหมายทั่วไป และ ภาษีอากร
dot
bulletภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร
bulletข้อหารือภาษีอากร
bulletแบบฟอร์มสัญญาต่างๆทางกฏหมาย
bulletแบบฟอร์มศาล/แบบพิมพ์ศาล
bulletรวมประมวลกฏหมาย
bulletความผิดอาญา ที่ยอมความได้
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (1)
bulletคลีนิกกฏหมาย จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ (2)
bulletรู้ทันภัยใกล้ตัว จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (1)
dot
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
dot
bulletข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชี
bulletกำหนดการทดสอบความรู้ของผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletขั้นตอนการสมัครเข้ารับการทดสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
bulletTA เปิดรับสมัครสอบปีละ 3 ครั้ง
bulletประกาศผลสอบ CPA
bulletข้อสังเกตจากคณะกรรมการผู้ตรวจข้อสอบของ TA โดยสรุป
bulletข้อสังเกตุจากอนุกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ CPA โดยสรุป (จากสภาวิชาชีพ)
bulletUpdate มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน การตีความ และร่างการตีความ จากสภาวิชาชีพบัญชี
bulletขอบเขตรายวิชาที่ต้องเข้ารับการทดสอบ เป็นผู้สอบบัญชี (CPA)
dot
คำถามน่ารู้เกี่ยวกับการทำบัญชี(ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)
dot
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับผู้ทำบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ
bulletปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน
bulletปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
bulletปัญหาเกี่ยวกับการรายงานการสอบบัญชี
bulletคำถามที่พบบ่อย : บัญชีธุรกิจ และ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
bulletประเด็นคำถาม-คำตอบที่เป็นประโยชน์จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
dot
ตัวอย่าง แนวการสอบบัญชี โดยย่อ
dot
bulletเงินสดและเงินฝากธนาคาร
bulletลูกหนี้การค้า
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
bulletสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น
bulletสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น
bulletเงินลงทุน
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น
bulletเงินกู้ยืม
bulletส่วนของผู้ถือหุ้น
bulletรายได้
bulletซื้อสินค้า
bulletต้นทุนขาย
bulletค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
bulletการรับเงิน แนวการรับเงิน
bulletการจ่ายเงิน แนวการจ่ายเงิน
bulletแนวการสอบบัญชี เงินเดือน
dot
มรรยาท (จรรยาบรรณ) ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
dot
bulletมรรยาท (จรรยาบรรณ) ของ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต(เดิม)
bulletจรรยาบรรณของ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (ออกใหม่ปี 53)
bulletคำชี้แจงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้สอบบัญชี
bulletคำชี้แจงข้อบังคับจรรยาบรรณ สำหรับผู้ทำบัญชี
bulletจรรยาบรรณ ของ ผู้สอบบัญชี ภาษีอากร
bulletความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี
dot
ตัวอย่างรายงานการสอบบัญชี (บางส่วน)
dot
bulletรายงานแบบไม่มีเงื่อนไข
bulletการแสดงความเห็นแบบที่เปลี่ยนแปลงไป
bulletรายงานการสอบทานงบการเงินระหว่างกาล
bulletรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของ TA
bulletความแตกต่างระหว่าง TA และ CPA
bulletรายงานของมูลนิธิและสมาคม
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2544 ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ยกเลิกแล้วในปี 2551-ไม่ใช้แล้ว)
dot
bulletงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletงบการเงิน บริษัทจำกัด
bulletงบการเงิน บริษัทมหาชนจำกัด
bulletงบการเงิน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletงบการเงิน กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2551 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553)
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
bulletประเด็นคำถาม – คำตอบประกาศกรม เรื่อง รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2552
dot
กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2554 ตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป) ล่าสุดดๆๆ
dot
bulletรูปแบบรายการย่อ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ บริษัทมหาชนจำกัด
bulletรูปแบบรายการย่อ นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายต่างประเทศ
bulletรูปแบบรายการย่อ กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร
dot
ตัวอย่างการจดทะเบียนธุรกิจ
dot
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า/บุคคลธรรมดา)
bulletตัวอย่างการจดทะเบียนบริษัทมหาชน จำกัด
dot
ตัวอย่าง การควบคุมภายใน โดยย่อ
dot
bulletการควบคุมภายใน การรับเงิน
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินสดย่อย
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเช็ค
bulletการควบคุมภายใน การจ่ายเงินเดือนและค่าแรง
bulletการควบคุมภายใน การขาย
bulletการควบคุมภายใน การซื้อ
bulletการควบคุมภายใน ลูกหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน เจ้าหนี้การค้า
bulletการควบคุมภายใน สินค้าคงเหลือ
bulletการควบคุมภายใน สินทรัพย์ถาวร
dot
ตัวอย่าง กระดาษทำการ ตรวจสอบบัญชี (working paper)
dot
bulletเงินสด เงินฝากธนาคาร เงินเบิกเกินบัญชี
bulletกระดาษทำการ ตรวจนับเงินสดย่อย
bulletทดสอบความถูกต้องการรับเงิน
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการจ่ายเงิน
bulletกระดาษทำการ เงินลงทุน
bulletลูกหนี้การค้า (1)
bulletลูกหนี้การค้า (2)
bulletสินค้าคงเหลือ
bulletการตรวจตัดยอดขาย
bulletการตรวจตัดยอดซื้อ
bulletสินทรัพย์ถาวร (1)
bulletทรัพย์สินถาวร (2)
bulletทรัพย์สินถาวร (3)
bulletสินทรัพย์อื่น
bulletเงินกู้ยืม 1
bulletเงินกู้ยืม 2
bulletเจ้าหนี้การค้า
bulletหนี้สินหมุนเวียนอื่น+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
bulletทุน
bulletกำไรสะสม
bulletรายได้และค่าใช้จ่าย
bulletรายได้
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการขาย
bulletการทดสอบความถูกต้องของรายการซื้อ
bulletวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
dot
Links ในเมืองไทยที่น่าสนใจ
dot
bulletข่าวและหนังสือพิมพ์
bulletเว็บยอดฮิต
bulletหน่วยงานราชการ
bulletองค์กรต่างๆ
bulletหน่ายงานกฏหมายและศาล
bulletเว็บไซด์พื้นฐาน
bulletวารสาร สรรพากรสาส์น
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletสภาทนายความ
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletตรวจหวย ( ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล)
bulletรวมเวบไซด์ หางาน สมัครงาน
bulletรวมเวบไซด์ เกมส์ออนไลน์
bulletสารบัญเว็บไทย
dot
Webboard
dot
bulletWebboard
bulletเวบไซด์การเดินทาง


www.google.co.th
www.sanook.com
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
สภาวิชาชีพบัญชี
กรมสรรพากร
เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์
สภาทนายความ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


รู้ทันภัยใกล้ตัว จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (1)


การป้องกันและการลักทรัพย์ในที่พักอาศัย

 

ข่าวคราวขโมยขึ้นบ้านลักทรัพย์มีทุกวัน ท่านควรจะดูแลที่พักอาศัยให้อยู่ในสภาพมิดชิด ไม่เป็นสิ่งล่อใจให้คนร้ายกระทำการในบ้านท่านได้ คือ

  • ตัวบ้าน การป้องกันภัยที่ดีควรเริ่มจากการมีบ้านที่ปลอดภัย หมั่นตรวจตราอุปกรณ์ของบ้านอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยปละละเลยจนคนร้ายสามารถงัดแงะเข้ามาได้ง่าย จึงโปรดสละเวลาเพียงเล็กน้อยแล้วปฏิบัติดังนี้
  • รั้วบ้านควรทำให้สูงและแข็งแรง สำหรับบ้านสองชั้นที่ต่อเนื่องกับครัวควรทำประตูให้แน่นหนา-กลอนประตูควรเลือกชนิดที่มั่นคงแข็งแรงหน้าต่างประตูทุกบานควรติดลูกกรงเหล็ก-ติดตั้งสวิตช์ไฟทุกชนิดไว้หน้าบ้าน ควรเลี้ยงสุนัขไว้ส่งเสียงดังช่วยเตือนภัย หรือติดตั้งสัญญาณไซเรน-ที่ว่างเปล่าที่ติดกับบ้าน ไม่ควรปล่อยให้มีต้นไม้ขึ้นสูง เพราะคนร้ายอาจใช้กำบังตัว อยู่บ้านอย่างไรให้อุ่นใจ
  • ก่อนเปิดประตูบ้านรับใคร ควรดูให้แน่ใจเสียก่อนว่ามีคนแปลกหน้าหรือไม่
  • เมื่อมีคนโทรศัพท์มาถามว่ามีใครอยู่บ้านหรือไม่ อาจเป็นการหาโอกาสของคนร้าย ให้ตอบว่าอยู่กันหลายคน
  • ควรอธิบายแก่คนใช้หรือผู้อื่นให้ทราบถึงกลอุบายต่าง ๆ ของคนร้าย เพื่อเป็นการป้องกันอย่าให้หลงเชื่อคนร้าย
  • ก่อนออกจากบ้านควรปิดประตู หน้าต่าง ใส่กุญแจให้เรียบร้อย
  • หยุดบอกรับหนังสือพิมพ์ขณะไม่อยู่
  • กลางคืน ควรรูดม่านปิดไม่ให้คนภายนอกมองเห็นด้านใน- ให้ความร่วมมือกับเพื่อนบ้านในการสอดส่องดูแลชุมชน จัดเวรยามหมู่บ้านคอยดูแลเหตุร้าย.
    การป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรา

    เรื่องนี้ถือเป็นภัยมืดต่อผู้หญิงที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ใครจะรู้ว่าบนถนนที่ทอดยาว จะแฝงเร้นด้วยภัยร้ายอันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด สตรีเพศทั้งหลายจึงควรระลึกเสมอ 1. ไม่ควรเดินทางคนเดียวโดยลำพังตามตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวมืด ควรหาเพื่อนร่วมเดินทางด้วย 2. อย่าแต่งตัวโป๊ หรือโชว์สัดส่วนมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการถูกข่มขืนกระทำชำเรา หรืออนาจาร ขึ้นได้ 3. ไม่ควรขึ้นรถยนต์หรือจักรยานยนต์ เมื่อมีคนแปลกหน้าชวนให้ขึ้น 4. เมื่อมีคนมาตีสนิททำนองเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่เคยรู้จัก ก็ควรหลีกเลี่ยงบุคคลเช่นนี้ ถ้าเป็นไปได้ให้ร้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่อยู่ใกล้เคียง 5. พยายามหลีกเลี่ยงงานสังสรรค์กลางคืน นอกจากจะมีคนสนิท รือญาติมาคอยรับส่ง 6. เมื่อมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านในตอนกลางคืน ควรบอกให้ทางบ้านทราบว่าจะไปที่ไหน ไปพบใคร อย่างไร และกลับเมื่อไหร่ ที่สำคัญควรพกบัตรประจำตัวประชาชนทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน.


    กู้ด่วนดอกโหด

     

    ที่ผ่านมาได้มี ส.ส.ท่านหนึ่ง พร้อมด้วยทนายความ นำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านบัตรเครดิตและคิดดอกเบี้ยโหดเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด โดยเจ้าทุกข์ได้นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายหน้า หรือนายทุน ในการปล่อยเงินกู้ โดยกลุ่มคนพวกนี้จะใช้วิธีติดประกาศตามที่สาธารณะว่าหากใครเดือดร้อนต้องการกู้เงินให้โทรศัพท์ไปตามหมายเลขที่ให้ไว้ หลอกว่าดอกเบี้ยต่ำแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมีคนไปกู้เงินกลับเสียดอกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อาทิ ผู้กู้ต้องการกู้เงิน 15,000 บาท จะต้องเอาบัตรเครดิตไปให้นายทุนรูดซื้อของมาในราคา 15,000 บาท แต่กลับให้เงินกู้แค่ 10,000 บาท ทำให้ผู้กู้ต้องไปใช้หนี้บัตรเครดิตเป็นจำนวนเต็ม 15,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ย ถือว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน.


    ภัยก๊อบเอทีเอ็ม

     

    “ภัยใกล้ตัว” ประเดิมปี “หมู” ขอแฉเรื่องราวกรรมวิธีของแก๊งคนร้าย “ก๊อบบัตร  เอทีเอ็ม” ที่ทุกวันนี้ ได้อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาใช้หากินกันอย่างที่หลายคนคาด  ไม่ถึงเลยทีเดียว เพราะคนร้ายได้พัฒนาวิธีนำ   “เครื่องดูดข้อมูล” จากบัตรเอทีเอ็มของเหยื่อไปติดไว้ที่เครื่องเอทีเอ็ม แถมยังใช้ “กล้องวงจรปิด” มีรัศมีส่งในระยะใกล้ สอดส่องดูข้อมูลรหัสบัตรที่เหยื่อใช้กดเงิน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว มีการเผยแพร่กรรมวิธีแก๊งคนร้ายทางอินเทอร์เน็ต แฉขั้นตอนวิธีลงมือต่าง ๆ อย่างละเอียดยิบ
     
    เริ่มจาก “เครื่องดูดข้อมูล” จากบัตร อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ คนร้ายจะออกแบบให้มีสีเหมือนกับตู้เอทีเอ็มแต่ละแห่ง จากนั้นจะนำไปติดสวมรอยไว้ที่ช่องเสียบบัตร ซึ่งมีความแนบเนียนเป็นอย่างสูง หากไม่สังเกตแทบจะไม่มีทางรู้ ขณะเดียวกัน คนร้ายจะนำกล่องขนาดเล็กที่ใช้เสียบแผ่นพับโฆษณาต่าง ๆ ไปติดไว้ด้านข้าง ซึ่งภายในกล่องนี้ คนร้ายได้บรรจุเอา “กล้องวงจรปิด” ที่ใช้ส่องจับภาพบริเวณแป้นกดตัวเลข ที่เหยื่อใช้กดรหัสเอทีเอ็ม โดยกล้องดังกล่าวมีกำลัง รับ-ส่ง ในระยะใกล้ ๆ คนร้ายจะคอยบันทึกข้อมูลของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ปลอมแปลงบัตร เบิกเงินเหยื่อมาใช้จ่าย
     
    ธนาคารในประเทศไทยหลายแห่ง   รับทราบถึงกลโกงคนร้าย จึงออกมาตรการป้องกันด้วยการห้ามติดกล่องโฆษณาภายในตู้เอทีเอ็มอย่างเด็ดขาด ดังนั้น ประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็ม และพบความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการกดเงิน พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้าทำการตรวจสอบ ก่อนจะพลาดพลั้ง ตกเป็นเหยื่อแก๊งวายร้าย กลุ่มนี้ !.


    ภัยเว็บแคม

    นับถอยหลังอีกไม่กี่วันจากนี้ ก็จะย่างเข้าสู่ปีใหม่ พ.ศ. 2550 ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ ย่อมก้าวหน้าขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะในแวดวง “อินเทอร์เน็ต” ที่การสนทนา หรือ “แชต” ผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่านโปรแกรมดังต่าง ๆ อาทิ “เอ็มเอสเอ็น” กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก “ภัยใกล้ตัว” ในวันนี้ จะฉายภาพให้เห็นถึงความน่ากลัวของโปรแกรมแชตเหล่านี้ ที่ปัจจุบัน สามารถสนทนาผ่านทางกล้องวิดีโอ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เว็บแคม” ที่สามารถพูดคุยและเห็นหน้า กิริยาท่าทางของอีกฝ่ายได้ทุกอิริยาบถ สิ่งเหล่านี้ “มิจฉาชีพ” ได้อาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มาใช้หากินกันนักต่อนัก
     
    มิจฉาชีพทั้งชายและหญิง จะใช้เว็บแคมหลอกทำทีมาพูดคุยกับเหยื่อผ่านโปรแกรมแชต ที่โดยมากแล้ว จะเป็นเหยื่อสาวอายุน้อย ๆ จากนั้นจะใช้โปรแกรม “SplitCam” เปิดวิดีโอ ซึ่งเป็นภาพหญิงสาวยั่วยวน ถอดเสื้อผ้าในลีลาต่าง ๆ โดยแอบอ้างว่าเป็นตัวเอง จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อโชว์เรือนร่างเหมือนที่ตัวเองทำ และเมื่อใดที่เหยื่อหลงเชื่อ คนร้ายจะใช้โปรแกรมอัดภาพผ่านกล้อง   วิดีโอที่ถูกส่งกลับมาเอาไว้ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อเป็น “คลิปวิดีโอ” ในรูปแบบ “โชว์เสียว” ต่าง ๆ เชื่อเหลือเกินว่ามีเหยื่อหลายต่อหลายราย ที่ถูกหลอกลวงและยังไม่รู้ตัว ดังนั้น จึงขอให้ใช้โปรแกรมแชตผ่านอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ให้ถูกจุดประสงค์ และหากต้องการจะหาเพื่อนผ่านการพูดคุยทางอินเทอร์เน็ตจริง ๆ พึงระวังภัยเหล่านี้เอาไว้ให้มาก ก่อนที่จะพลั้งพลาดตกเป็นเหยื่อรายต่อไป.


    ภัยแก๊งต้มตุ๋น

     

    ขึ้นชื่อว่ามีรายชื่อในบัญชีดำ หรือ “แบล็ก ลิสต์” คดียาเสพติดแล้ว หลายคนคงถึงกับขยาด เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปราบปรามอย่างจริงจัง และ “รุนแรง” ของรัฐบาลชุดก่อน ทำเอาทั้งกลุ่มผู้ค้ายานรกและคนที่พัวพันต่างขยาดไปตาม ๆ กัน เพราะหวั่นเกรงว่าจะถูกตัดตอน ซึ่ง    “ภัยใกล้ตัว” ในวันนี้ ขอฉายภาพไปยังพฤติกรรมโฉดของแก๊งมิจฉาชีพ ที่ใช้การแอบอ้างหลอกลวงเหยื่อว่าถูกออกหมายจับตามบัญชีดำในคดียา  เสพติดและฟอกเงิน หากต้องการลบชื่อออกจากสารบบแล้ว จะต้องโอนเงินมาให้ โดยคนร้ายอาจหาญถึงขั้นใช้ “ศาลอาญา” ถนนรัชดาฯ ก่อเหตุเลยทีเดียว
     
    นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า แก๊งต้มตุ๋นจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวน คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระดับ “พ.ต.อ.” หลอกผู้เสียหายว่า มีชื่อติดอยู่ในแบล็กลิสต์ เหยื่อรายล่าสุดเป็นถึงญาติของผู้พิพากษาศาลอาญา รวมถึงชาวบ้านใน จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าทางศาลอาญาไม่ได้ออกหมายจับกุมญาติผู้พิพากษาและประชาชนในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเร่งประสานไปยังดีเอสไอให้สืบสวนจับกุมขบวนการคนร้ายอย่างเร่งด่วน.


    ภัยพี่เลี้ยงเด็ก

    อาชีพ “พี่เลี้ยงเด็ก” เพิ่มบทบาทมากขึ้นในสังคมยุคปัจจุบัน เนื่องจากหลายครอบครัว ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาที่จะดูแลลูกน้อยด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องใช้บริการพี่เลี้ยงเด็กเหล่านี้ มาช่วยแบ่งเบาภาระจากญาติผู้ใหญ่ ที่ไม่พ้นจะเป็นปู่ย่าตายายของเจ้าตัวเล็กนั่นเอง แต่หลายครอบครัว เลือกจะใช้พี่เลี้ยงเด็กราคาถูก ซึ่งโดยมากแล้วมักเป็นแรงงานต่างด้าว อาทิ ชาวพม่าหรือกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นภัยใกล้ตัวในอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าจับตามอง
     
    มิจฉาชีพแรงงานต่างด้าวบางราย โดยมากแล้วเป็นหญิง จะอาศัยคราบพี่เลี้ยงเด็กแฝงตัวเข้ามารับจ้างเลี้ยงดูเด็กตามประกาศหางานต่าง ๆ เมื่อทำงานไปสักระยะจนที่บ้านของเหยื่อตายใจแล้ว แรงงานเหล่านี้ มักจะฉวยลักเอาลูกน้อยของเจ้าของบ้าน ส่งต่อให้กับเพื่อนร่วมขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อนำไปเป็นแรงงานเด็ก หรือส่งจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ร้าย ที่สุดหนูน้อยเหล่านี้อาจต้องตกเข้าไปในวังวนของ ธุรกิจค้ากามเด็ก ซึ่งถือเป็นภัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่าง ใกล้ชิด
     
    การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานเช่นการออกใบอนุญาตทำงานให้ หรือการให้นายจ้างนำไปขึ้นทะเบียนต่างด้าวเป็นวิธีหนึ่งที่ป้องกันได้อย่างดี เพราะจะได้รู้ที่มาที่ไปของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ รวมไปถึงการทำงานในเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ เช่นการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับแหล่งพบปะของแรงงานต่างด้าว อาทิ สวนลุมพินี หรือย่านบางบอน พระรามสอง เพื่อติด ตามจับกุมขบวนการคนร้ายได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น.


    แก๊งฉกตรารถยนต์

     

    หากเอ่ยถึงสถานที่ซึ่งเอื้อต่อการก่ออาชญากรรมในลำดับต้น ๆ แล้วละก็ เชื่อเหลือเกินว่า   “ลานจอดรถ” ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ย่อมมีชื่อติดอยู่ในอันดับ “ท็อปไฟว์” อย่างแน่นอน ซึ่ง “ภัยใกล้ตัว” จะขอฉายภาพไปยังลานจอดรถภายในห้างสรรพสินค้า ที่ขณะนี้ เหล่ามิจฉาชีพเลือกที่จะก่อเหตุลักทรัพย์ในรูป แบบใหม่ คือ การลักเอาตรารถยนต์ยี่ห้อดังต่าง ๆ อาทิ เบนซ์, วอลโว่ หรือรถที่นำเข้าจากต่างประเทศต่าง ๆ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อยังตลาดมืด อาทิ ย่านเชียงกง หรือคลองถม
     
    แต่ก่อนที่มีแก๊ง “ตบหัวเบนซ์” อาละวาดอยู่พักหนึ่งและเริ่มซาลงไป ซึ่งอาจเป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่กวดขันจับกุมอย่างจริงจัง แต่ขณะนี้แก๊งวายร้ายนี้ได้กลับมาก่อเหตุอย่างฮึกเหิมมากกว่าเก่า โดยเฉพาะในพื้นที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าดัง ย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปนั้น อาจเป็นเพียงแค่ตราหรือสัญลักษณ์ของรถยี่ห้อดังต่าง ๆ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ มีความต้องการ “ซื้อ” ในตลาดมืดอยู่มากพอสมควร ซ้ำร้ายที่แย่กว่านั้น หากวายร้ายแก๊งนี้ เกิดเห็นทรัพย์สินมีค่าอื่นที่เจ้าของทิ้งไว้ภายในรถอาจทุบกระจกชิงไป หรืออาจซุ่มดักรอเหยื่อเจ้าของรถยนต์หรูเหล่านี้เพื่อชิงทรัพย์  ซึ่งหากเหยื่อเป็นผู้หญิง ไม่มีใครรู้ว่าวายร้ายกลุ่มนี้จะเหิมเกริมลงมือก่อเหตุในรูปแบบใดขึ้น
     
    สิ่งหนึ่งที่สามารถป้องกันได้คือหากเป็นไปได้แล้วควรเลือกจอดรถบริเวณใกล้กับปากประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็เป็นที่ที่มีแสงสว่างสาดส่องอย่าง   ทั่วถึง ใกล้กับจุดรักษาความปลอดภัยของยาม หรือ กล้องวงจรปิดของทางห้าง เชื่อว่าแก๊งอาชญากรรมกลุ่มนี้ พยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะก่อเหตุตามจุดดังกล่าว เหนือสิ่งอื่นใดแล้วคือความรอบคอบและมีสติอยู่ตลอดเวลา.


    ภัยลวงเอสเอ็มเอส

    วันนี้จะขอนำท่านผู้อ่านเรียนรู้กลเม็ดกลโกงจาก “เอสเอ็มเอส” หรือข้อความในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมิจฉาชีพได้ฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชน ด้วยวิธีการนำ “เงินรางวัล” หรือทรัพย์สินเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ มาล่อตาล่อใจเหยื่อ ด้วยวิธีการ “สุ่ม” ส่ง “เอสเอ็มเอส” เหล่านี้ เข้าเครื่องมือถือเบอร์ต่าง ๆ ว่า “คุณเป็นผู้โชคดี ได้รับรางวัลเงินสดจากรายการ...”  โดยทิ้งเบอร์ติดต่อกลับไว้ให้ ซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้ ฉลาดพอที่จะกำหนดระยะเวลาในการติดต่อกลับมาด้วย เพื่อให้เหยื่อรู้สึกเสียดาย หากต้องพลาด “โอกาสทอง” ไป
     หากปลาติดเบ็ด ยอมโทรศัพท์กลับไปตาม “เอสเอ็มเอส” ที่ส่งลวงมา “แก๊ง 18 มงกุฎ” จะพูดจาชวนเชื่อให้เหยื่อตายใจว่าถูกรางวัลได้รับเงินสดหลายแสนบาท โดยอ้างว่าเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้าของทางบริษัทตามแต่จะอุปโลกน์ชื่อขึ้นมา แต่หากเหยื่ออยากจะได้รับรางวัล จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีเป็นค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปก่อน จำนวนร้อยละ 5 ของเงินรางวัล นอกจากนี้ แก๊งต้มตุ๋นเหล่านี้ ยังมีกลลวงอีกรูปแบบหนึ่ง คือ หลอกให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็ม อ้างว่าส่งเงินรางวัลไปให้แล้ว และเมื่อเหยื่อหลงกลว่ายังไม่มีเงินโอนเข้ามา คนร้ายจะอ้างว่าเหยื่อยังไม่สมัครสมาชิก ต้องทำตามขั้นตอนเสียก่อน ซึ่งแท้จริงแล้ว คือการโอนเงินเข้าบัญชีของวายร้ายนั่นเอง 
     ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ได้จับตาดูอย่างใกล้ชิด และประกาศเตือนให้ผู้บริโภคระลึกไว้เสมอว่าการจับรางวัลนั้น ตามกฎหมายกำหนดว่าไม่สามารถตั้งของรางวัลเป็นเงินสดได้ หากมี “เอสเอ็มเอส” หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวเข้ามา ให้พึงระลึกว่าเป็นกลลวงและแจ้งตำรวจให้ดำเนินการสืบสวนจับกุมทันที.


    วิธีหากินของแก๊งมิจฉาชีพ

     

    เรื่องนี้หากไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง แทบไม่มีใครอยากเชื่อว่าจะมีขึ้นจริง ๆ และแทบไม่คาดคิดด้วยว่าเรื่องอย่างนี้ก็มีด้วย จึงต้องระวังตัวไว้ให้ดี ๆ เพราะมันอยู่ใกล้ตัวแค่เอื้อมเอง และเกิดขึ้นได้ง่ายมาก โดยเรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งมีหญิงสาวผู้เสียหาย ได้ขับรถออกมาจากซอยทองหล่อ มุ่งหน้าไปออกที่ ถนนสุขุมวิท แล้วเลี้ยวซ้ายซอยเล็ก ๆ ถัดจากซอยสุขุมวิท 59 ไป 1 ซอย แต่พอจอดรถเสร็จ ก็ขึ้นไปยังออฟฟิศที่ตึกใกล้ ๆ จากนั้นไม่นานได้มีชายสูงอายุตามมาเรียกแล้วบอกว่า ขับรถทำก้อนหินกระเด็นเข้าตา ขณะนั่งอยู่ริมฟุตปาธ พร้อมกับโชว์แผลที่ตา ลักษณะน่ากลัว มีเลือดไหลออกจากเปลือกตา แต่ไม่รู้ว่าจากข้างในตาเจ็บด้วยหรือเปล่า ทำให้รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เลยขันอาสาพาไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อรักษาตัว พร้อมกับโทรศัพท์ติดต่อเรียกประกัน เพื่อมาตกลงเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย แต่คนเจ็บกลับไม่ยอมไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล   
     
    โดยอ้างว่าจะต้องรีบไปขึ้นเรือที่ จ.สมุทร ปราการ เพื่อเดินทางไปต่างประเทศจึงเกรงว่าไปไม่ทัน เลยทำได้เพียงแต่ต่อรองว่า จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไร โดยพยายามพูดจาอ้อนวอนอย่างไรคนเจ็บก็ไม่ยอมไปรักษาตัวโรงพยาบาล เลยจำใจบอกไปว่าแล้วถ้าเกิดตาบอดจะทำอย่างไร พร้อมกับต้องย้ำไปอีกครั้งว่า ถ้าไม่ให้ช่วยเหลือก็ไม่เป็นไร และถ้าจะไม่เอาเรื่อง ก็ให้ไปที่สถานีตำรวจ เพราะว่ากลัวจะมีปัญหาภายหลัง แต่ถ้าจะ ให้จ่ายชดใช้อย่างไรก็ว่ามา แต่ขออย่างเดียวให้ตำรวจ  และประกันรับรู้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นถ้าภายหลังดวงตาเกิดมีปัญหาตามมาจะทำอย่างไร แต่คนเจ็บก็พยายามอธิบายเจรจาต่อรองว่า ถ้าไม่ช่วยเหลือก็ไม่เป็นไร พร้อมกับบอกว่าลุงจะไปแล้ว เลยทำอะไรไม่ได้และจำยอมให้ จากไป
     
    แต่เรื่องพวกนี้ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากถ้าเกิดปัญหาภายหลังจะซวยไปใหญ่ ผู้เสียหายจึงโทรศัพท์ไปแจ้งกับบริษัทประกันว่า คู่กรณีไม่อยู่แล้ว ทางบริษัทประกันเลยให้ไปที่สถานีตำรวจ เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน แต่พอไปถึงสถานีตำรวจ ก็เจอกับตัวแทนบริษัทประกันอยู่ที่นั่นด้วยแล้ว จึงเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง และถูกย้อนถามกลับมาว่าเหตุการณ์เป็นลักษณะนี้ใช่ไหม พร้อมกับนำรูปคนเจ็บกับสำเนาบัตรประชาชนออกมาให้ดู โอ้โห!!! คราวนี้ใช่เลย...?  จึงกระจ่างและรู้เลยว่าถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงเรียกเอาเงิน.


    ภัยแก๊งลักรถยนต์

     

    ช่างเหน็ดเหนื่อยแสนเข็ญเหลือเกินสำหรับชาวบ้านในยุคนี้ กว่าจะเก็บเงินดาวน์รถยนต์ หรือปิกอัพเป็นของตัวเองได้แต่ละคัน บางคนต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี เพื่อเก็บเงินก้อนพอที่จะไปดาวน์รถยนต์ออกมาขับขี่แลกความสะดวกสบายได้ ตรงกันข้ามกับ “แก๊งโจรกรรมรถยนต์” ที่หมายตารถยนต์ป้ายแดง โดยเฉพาะรถปิกอัพซึ่งเป็นที่ต้องการตาม  “ออร์เดอร์” ของแก๊งลักรถในประเทศเพื่อนบ้านชายแดนไทย ใครจะรู้ว่า “เหยื่อ” แต่ละรายที่ถูกลักรถยนต์ไป จะมีความรู้สึกเช่นใด เมื่อความเพียรพยายามในการเก็บหอมรอมริบ กว่าจะมีรถยนต์ได้แต่ละคัน ต้องมลายหายไปในพริบตา
     
    ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ที่ผ่านมา มีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัย    “ความรู้สึกสูญเสีย” ของเจ้าของรถยนต์ที่ถูกขโมยไป หาประโยชน์ทรัพย์สินเงินทองใส่ตัว ด้วยพฤติกรรมโทรศัพท์ไปตามสถานีวิทยุ จส.100 หรือร่วมด้วยช่วยกัน อ้างตัวเป็น “ตำรวจทางหลวง” ขอเบอร์โทรศัพท์เจ้าของรถผู้เสียหาย  ลวงว่ามีเบาะแสในการติดตามรถยนต์กลับคืนมาได้ เมื่อมิจฉาชีพเหล่านี้ได้เบอร์โทรศัพท์ไป จะโทรฯ ไปหาผู้เสียหาย อ้างตัวเป็น “ตำรวจตระเวนชายแดน” หลอกว่าสามารถติดตามรถที่ถูกลักขโมยไปได้แล้ว แต่มีค่าใช้จ่ายดำเนินการ ที่ต้องนำรถผ่านชายแดนกลับคืนมา ลวงผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ครั้งละ 1-2 หมื่นบาท หากผู้ใดหลงเชื่อมันจะเชิดเงินหนีเข้ากลีบเมฆ เหมือนดั่ง “เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” ผู้ตกเป็นเหยื่อเลยทีเดียว
     
    นายวรพันธ์ โตพานิช อายุ 60 ปี คือหนึ่งในคนร้ายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ ตรวจสอบเงินในบัญชี พบว่ามีการโอนเงินเข้ากว่า 63 รายการ มีเงินสดจำนวนมาก ไม่รู้ว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมันเท่าไร และ “คุก” จะเป็นการลงโทษที่เพียงพอต่อการดัดสันดานมันหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ผู้เสียหายจำเป็นต้องมี คือ “สติ” รู้จักจอดรถของตนไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือ “วายร้าย” กลุ่มนี้.


    ‘ลวงข่มขืนแบบใหม่’

     

    จากสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน มิจฉาชีพเริ่มแฝงมาในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะภัยของผู้หญิง และเด็กนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น แก๊งคนร้ายหรือแก๊งมิจฉาชีพจะมีการฉกฉวยจุดอ่อนในจิตใจอันอ่อนโยนดีงามที่มีอยู่ในทุก ๆ คน เป้าหมายส่วนใหญ่แล้วเป็นหญิงสาว ที่แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้จะใช้เด็กเล็กเป็นตัวล่อ ลวงหญิงที่เดินทางเพียงลำพัง ด้วยวิธีการให้เด็กร่วมแก๊งทำทีเป็นร้องไห้หลงทาง และขอให้เหยื่อพาไปส่งบ้านตามหมู่บ้านต่าง ๆ
     
    หากเหยื่อรายใดหลงเชื่อ นำเด็กไปส่งตามแผนการของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งมักจะอยู่ไม่เป็นที่ มีการเปลี่ยนแหล่งกบดานไปทั่ว เมื่อเหยื่อกดกริ่งหน้าบ้านหรือจับประตูลูกบิดที่แก๊งคนร้ายได้ต่อกระแสไฟไว้ จะทำให้ถูกไฟช็อตหรือดูดจนสลบหมดสติ จากนั้นกลุ่มแก๊งชั่วจะลงมือสร้างตราบาปด้วยการข่มขืน ถ่ายวิดีโอ รวมทั้งลักทรัพย์ และจะนำเหยื่อไปทิ้งไว้ตามสถานที่เปลี่ยว ยากที่เหยื่อจะจดจำสถานที่เกิดเหตุ บางรายก็อายเกินกว่าที่จะไปแจ้งความเอาผิดกับคนร้าย
     
    แม้เรื่องราวนี้จะไม่มีผู้ใดยืนยันเป็นเพียงฟอร์เวิร์ดเมล์ที่แพร่กระจายอยู่ในอินเทอร์เน็ต แต่เชื่อว่า การระลึกป้องกันตัวด้วยความมีสติ ไม่หลงกลเม็ดของกลุ่มมิจฉาชีพ คือหนทางที่จะป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อได้ดีที่สุด.


    แก๊งปลอมบัตรเครดิต

    “เครื่องสกิมเมอร์” (Skimmer) คือ เครื่องมือสำคัญในการคัดลอกข้อมูลจากแถบบัตรเครดิตจริง จากนั้นขบวนการโจรกรรมจะนำข้อมูลที่ได้มาไปทำบัตรปลอมซึ่งจะมีข้อมูลเหมือนบัตรจริงอาศัยผู้สมรู้ร่วมคิดอยู่ตามแหล่งจับจ่ายต่าง ๆ อาทิ แคชเชียร์, พนักงานเสิร์ฟ, พนักงานร้าน, พนักงานปั๊มน้ำมัน ฯลฯ เมื่อลูกค้าชำระเงินค่าสินค้า-บริการด้วยบัตรเครดิต คนร้ายจะแอบใช้เครื่องดังกล่าวคัดลอกข้อมูลบัตรไว้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะนำไปปลอมแปลงลง “บัตรขาว” สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ “ผู้ใช้บัตรเครดิต” ทุกคนต้องเรียนรู้
     
    แต่กรรมวิธีโจรกรรมเหล่านี้ เริ่มเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว เมื่อปัจจุบัน มีวิธีการที่เรียกว่า “ไวร์ แทป ปิ้ง” ซึ่งกลุ่มหัวขโมยไฮเทค จะใช้วิธีโจรกรรม ด้วยการเข้าไปเชื่อมสัญญาณจากชุมสายโทรศัพท์ตามแหล่งชุมชน จากนั้นจะรอดูดข้อมูลใส่เครื่องเก็บข้อมูล เช่น เครื่องเอ็มพี 3 ซึ่งจะคัดกรองเอาเฉพาะข้อมูลบัตรเครดิตนำมาถอดรหัสผ่านโปรแกรมพิเศษ ที่เขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อคัดลอกข้อมูลใส่บัตรเครดิตปลอม นำไปใช้สอยอย่างสะดวกสบาย ทั้งนี้บัตรชั้นดีซึ่งมีชื่อเรียกในวงการว่า “บัตรโซนยุโรป” จะมีราคาจำหน่ายสูงถึงใบละ 1 แสนบาท แต่วงเงินที่เบิกได้อยู่ในขั้นหลักล้าน ส่วนบัตรทั่วไปที่ปลอมแปลงขึ้น จะมีราคาตามคุณภาพต่างกันไป เริ่มที่ 5-6 พันบาท
     
    พิษภัยที่มาพร้อมกับบัตรเครดิตเหล่านี้ การป้องกันส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับธนาคารต้นสังกัด ที่จะหาวิธีป้องกันการปลอมแปลงบัตรมาใช้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้บัตร โดยเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เป็นประจำนั้น จะต้องคอยตรวจสอบสลิปบัตรเครดิตทุกครั้งที่ใช้จ่าย และคอยตรวจสอบวงเงินในบัญชีเป็นประจำ หากพบความเคลื่อนไหวที่ไม่ชอบมาพากล จะต้องรีบแจ้งธนาคารบัตรเครดิตทันที.


    ภัยผู้หญิงในห้องน้ำสาธารณะ

    “ห้องน้ำสาธารณะ” ตามปั๊มต่าง ๆ ที่บริการให้ความสะดวกกับลูกค้า ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยหรืออันตรายใด ๆ หากแต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจอันฝืดเคืองในปัจจุบันนี้ สถานที่เหล่านี้จึงเป็นแหล่งที่คนร้ายแอบแฝงเข้ามาก่อเหตุลักวิ่งชิงปล้นได้อย่างดี
      
    “ภัยใกล้ตัว” ในวันนี้ ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากเหยื่อหญิงสาวคนหนึ่ง ตามปกติแล้วเธอขับรถยนต์เพียงลำพัง ในช่วงหัวค่ำวันเกิดเหตุ เธอได้ขับรถยนต์มาแวะจอดในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อจะเข้าห้องน้ำ ซึ่งเธอไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใด ๆ ขึ้น เพราะเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน
     
    ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเองได้ล่วงหน้า ขณะที่เธอกำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ ได้มีชายฉกรรจ์เดินตามเข้ามาทางด้านหลัง ผลักเธอเข้าไปในประตูห้องน้ำ ใช้มีดจี้ชิงเอาทรัพย์สินทั้งหมดในตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นสร้อย แหวน นาฬิกา เงินสด ด้วยความหวาดกลัวเธอจึงยอมให้ทรัพย์สินที่มีกับวายร้ายไป โดยไม่กล้าแม้แต่จะแหงนหน้ามอง หรือทำการขัดขืนใด
     
    สุดท้ายวายร้ายปั๊มน้ำมันได้อาศัย จยย.ที่เพื่อนร่วมทีมติดเครื่องรออยู่หลบหนีไปอย่างลอยนวล เป็นโชคดีของเหยื่อสาวรายนี้ ที่ไม่ถูกล่วงเกินทางเพศไปด้วย อย่างไรก็ดี ทีมงานคงได้แต่เตือนว่าหากไม่จำเป็นจริง ๆ ขอให้ประชาชนทั่วไปอย่าใช้ห้องน้ำตามปั๊มที่ดูแล้วอันตรายในช่วงกลางดึก เพราะอาจถูกวายร้ายที่แอบแฝงอยู่ตามปั๊มก่อเหตุปล้นจี้เอาได้... เพราะคุณ อาจไม่โชคดีเหมือนเหยื่อสาวรายนี้.


    ระวังแก๊งงัดตู้เซฟ

    “ตู้เซฟ” ตามความหมายที่ควรเข้าใจตรงกันว่า เป็น “ตู้แห่งความปลอดภัย” สร้างความมั่นใจให้กับผู้เลือกใช้ ที่มักจะนำทรัพย์สินของมีค่าที่ได้ เก็บสะสมหามาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เพชรพลอย หรือแม้กระทั่งโฉนดที่ดิน เอกสารต่าง ๆ เก็บเอาไว้ภายใน โดยหวังว่า “ตู้เซฟ” ราคาแพงที่หาซื้อมาใช้ จะสามารถป้องกันภัยร้ายจากแก๊งโจรกรรม รวมถึงอัคคีภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
     
    แต่อยากฝากข้อคิดให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอันน่าสนใจยิ่ง จะมีใครทราบหรือไม่ว่าคนร้าย   “แก๊งงัดเซฟ” ในปัจจุบัน แก๊งเหล่านี้ที่ตระเวนก่อเหตุงัดเซฟอย่างมืออาชีพ มีไม่ต่ำกว่า 80 แก๊งทั่วประเทศ ส่วนมากกลุ่มระดับแนวหน้าและเป็นมืออาชีพในวงการ จะเป็นหัวขโมยจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
     
    ด้วยการลงมือโจรกรรมอย่างมืออาชีพ มีหน่วยลาดตระเวนเฝ้าซุ่มดูบ้านเป้าหมาย รู้กำหนดเวลาการเข้าออกของคนในบ้านที่แน่นอน ไม่นับรวม ลวดลายในการงัดตู้เซฟ ทั้งวิธีการเจาะด้านหลัง เจาะบน หรือแม้กระทั่งการใช้เครื่องอ๊อกเหล็กก่อเหตุ “ตู้เซฟ” ไม่ว่าจะดีหรือราคาแพงแค่ไหน ย่อมไม่พ้นมือแก๊งหัวขโมยเหล่านี้ ที่สำคัญที่สุด สถิติการตามจับกุมเมื่อเทียบกับคดี “งัดเซฟ” ที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่าเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นทางที่ดี ควรพึ่งพา “ธนาคาร” ในการฝากทรัพย์สินมีค่าเอาไว้ เพราะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ที่จะรับประกันได้ว่า “แก๊งงัดเซฟ” เหล่านี้ จะไม่มีทางเข้าไปก่อเหตุได้.


    เตือนภัยนั่งบนรถทัวร์

     

    ภัยที่น่าหวาดกลัวสำหรับผู้หญิงที่ต้องเดินทางเพียงลำพังคือการนั่งรถประจำทางปรับอากาศระยะทางไกล ที่ผ่านมาทราบเรื่องราวจากผู้หญิงคนหนึ่งว่าได้โดยสารรถทัวร์จากสถานีขนส่งเพื่อเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด โดยก่อนจะเกิด  เหตุการณ์หญิงคนดังกล่าวได้ซื้อตั๋วรถและออกเดินทางเวลาช่วงเย็น เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถทัวร์ พบว่าคน  ที่นั่งเบาะคู่ด้วยกันเป็นผู้ชายอายุประมาณ 35 ปี ระหว่างที่รถวิ่งออกจากสถานีขนส่ง ชายคนดังกล่าวทำทีเข้ามาตีสนิท ชักชวนพูดจาต่าง ๆ นานาว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน ทำให้ฝ่ายหญิงตายใจยอมพูดจา ด้วย
     
    ขณะที่รถวิ่งไปตามปกติและจอดพักให้ผู้โดยสารรับประทานอาหาร ทางหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเบาะถูกฝ่ายชายชักชวนให้ลงไปรับประทานอาหารด้วยกัน ฝ่ายหญิงปฏิเสธ แต่ได้ฝากผู้ชายซื้อนมและน้ำด้วยความเชื่อใจ พอรถออกจากร้านอาหารไม่นาน ฝ่ายหญิงได้ดื่มน้ำและนมที่ฝ่ายชายซื้อให้ แต่กลับเริ่มรู้สึกมึนหัวไร้เรี่ยวแรงแต่ยังมีสติอยู่พอจำได้ว่า ระหว่างนั้นฝ่ายชายได้โอกาสลวนลาม ลูบคลำของสงวน จนกระทั่งรถทัวร์ถึงสถานีที่บ้านเกิดฝ่ายหญิงยังไม่รู้สึกตัว มาทราบทีหลังว่าถูกวางยาและถูกนำส่งโรงพยาบาล จึงขอเตือนภัยไปยังผู้หญิงต้องระวังตัวจากผู้ชายพวกนี้ ที่สำคัญการจองตั๋วรถทัวร์ไม่ได้ลงชื่อตามบัตรประจำตัวประชาชนที่ชัดเจน จึงเป็นช่องทางให้จิ้งจอกสังคมฉวยโอกาสก่อเหตุ.


    อันตรายโทรฯมือถือ

    อันตรายจากการใช้โทรศัพท์มือถือถูกหยิบยกขึ้นมาเผยแพร่ โดยวารสารการแพทย์อังกฤษหรือบริติช เมดิคอล เจอร์นัล (บีเอ็มเอ) ระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้งระหว่างพายุฝนฟ้าคะนองอาจนำอันตรายมาสู่ตัวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าเป็นอย่างยิ่ง คณะแพทย์จากโรงพยาบาลนอร์ธวิค ปาร์ค กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยแพทย์หญิงสวินดา เอสพรี เป็นผู้รวบรวมงานวิจัยชิ้นนี้ ยกตัวอย่างหญิงสาววัยรุ่นอายุ15 ปี ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะพูดคุยโทรศัพท์มือถือในสวนสาธารณะกลางเมืองในช่วงเกิดพายุฝน หวิดทำให้หัวใจวาย แต่โชคดีรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ แต่ก็สูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป เยื่อแก้วหูซ้ายทะลุ ต้องพักรักษาตัวนานกว่า 1 ปี รวมถึงกระทบกระเทือนทางจิตใจและอารมณ์ด้วย
     
    รายงานยังระบุถึงสถิติจากสื่อมวลชนทั่วโลกสรุปว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าขณะใช้โทรศัพท์มือถือรวม 4 ราย ในประเทศจีนปี 2548 เกาหลีใต้ในปี 2547 และมาเลเซียในปี 2542 และล่าสุดเพิ่งมีหนุ่มชาวไทยที่พัทยาคุยโทรศัพท์มือถือระหว่างนั่งตกปลากลางสายฝน โดนฟ้าผ่าตายคาที่ ซึ่งความเสี่ยงอันตรายของโทรศัพท์มือถือไม่ได้เกิดจากรังสีที่แผ่ออกมาเท่านั้น แต่ต้องระวังส่วนประกอบโลหะของตัวเครื่องที่เป็นสื่อไฟฟ้าอย่างดีด้วย เพราะเมื่อคนเราถูกฟ้าผ่า อาจทำให้ได้รับอันตรายบาดเจ็บหรือเสีย  ชีวิตได้.


    หลอกซื้อ-ขายนาฬิกาทางเว็บไซต์

     

    ภัยสังคมในปัจจุบันแฝงกายมาหลากหลายรูปแบบ นอกเหนือไปจากลักวิ่งชิงปล้น ในหัวข้อข่าวทุก ๆ วันที่นำเสนอให้เห็นจนชินชาแล้ว ยังมีภัยอีก รูปแบบที่แฝงมากับโลกยุคดิจิตอล คือภัยร้ายจากการหลอกซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต โดยเหยื่อภัยรูปแบบใหม่ชนิดนี้รายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) เปิดเผยว่าได้รู้จักกับเพื่อนในเว็บบอร์ดนาฬิกา ของเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง และได้คุยกันจนมีความสนิทสนม ถึงขั้นไว้เนื้อเชื่อใจแลกเปลี่ยนซื้อขายนาฬิกากันอยู่บ่อยครั้ง โดยครั้งล่าสุดยอมขายนาฬิกายี่ห้อดังให้ในราคา 350,000 บาท ซึ่งนัดหมายให้เพื่อนรายนี้ โอนเงินค่าสินค้าผ่านทางบัญชีในภายหลัง โดยหวังว่าธุรกิจครั้งนี้จะเป็นไปด้วยดี
     
    แต่เพื่อนคนดังกล่าวออกลีลาลวดลายด้วยการขอผัดผ่อนการชำระสินค้า แต่ละครั้งขอผัดไปเป็นเดือน ๆ ฝ่ายผู้เสียหายที่ร้อนรนใจก็พยายามจะโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือ เบอร์บ้าน กระทั่งเวลาล่วงไปกว่า 3 เดือน ก็ยังได้รับคำตอบเดิม คือการพูดจาบ่ายเบี่ยงไปต่าง ๆ นานา เมื่อตรวจสอบพบว่าตนเองไม่ใช่เหยื่อเพียง คนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกหลายสิบราย ที่ถูกหลอกให้ขายนาฬิกา ราคาตั้งแต่เรือนหมื่น ไปจนถึงหลัก 2 ล้าน ด้วยการถูกหลอกจ่ายเป็นเช็คให้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน จะพบว่าไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจกับเพื่อนที่เพิ่งรู้จักทางอินเทอร์เน็ต คงไม่พ้นที่จะต้องใช้ความระมัดระวัง และมีสติในการทำธุรกิจให้มาก เพราะสมัยนี้มีคนตกเป็นเหยื่ออยู่ร่ำไป.


    แก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติ

     

    ด้วยวิวัฒนาการแบบการสื่อสารไร้พรมแดนในโลกยุคโลกาภิวัตน์ หรือโลกยุคไซเบอร์ในทุกวันนี้ ทำให้การทำธุรกิจจากทุกมุมโลกง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือด้วยระบบ “อีคอมเมิร์ซ” แต่ภัยร้ายที่แฝงมาพร้อมกับความสะดวกสบายเหล่านี้ คือกลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างชาติที่อาศัยเล่ห์  เหลี่ยมกลโกงในการหลอกลวงลูกค้า ด้วยการทำทีส่งอีเมล์หลอกลวงมายังบริษัทผู้จำหน่ายสินค้า ว่าต้องการสินค้าอย่างเร่งด่วนและยินดีจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสกุลดอลลาร์ แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าหลงเชื่อส่งสินค้าไปให้ สิ่งที่ได้รับตอบแทนคงไม่พ้นกับความสูญเสียทั้งต้นทุนราคาสินค้า รวมถึงค่าขนส่งที่ต้องจัดจำหน่ายไปให้ โดยพบว่าบริษัทมิจฉาชีพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะอ้างตัวว่าตั้งอยู่ในประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งถือว่าเป็นถิ่นกำเนิดขององค์กรต้มตุ๋นระดับโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
     
    พฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติเหล่านี้ นอกจากอาศัยการชักจูงทางอีเมล์ด้วยวาทะจูงใจแล้ว ยังมีการปลอมแปลงเว็บไซต์ของสถาบันการเงินดัง ๆ หลายแห่ง อาทิ “มันนี แกรม” หรือ “เวสเทิร์น ยูเนียน” หลอกลวงให้เหยื่อตายใจว่าบริษัทของพวกตนทำธุรกรรมการเงินผ่านสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ หลายรายต้องตกเป็นเหยื่อด้วยความไม่รู้ หรือบางรายที่เพิ่งเปิดกิจการค้าขายส่งออกใหม่ ๆ และต้องการจับกลุ่มลูกค้า ถึงกับต้องกุมขมับปวดหัวกันเป็นทิวแถว สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ก็คือ ขอให้เช็กให้แน่ใจเสียก่อนว่า บริษัทข้ามชาติที่ผู้ประกอบการต้องการทำการค้าขายผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตด้วยนั้น มีความน่าเชื่อถือ น่ามั่นใจแค่ไหน อาจตรวจสอบได้ด้วยการเช็กดูกับทางเว็บไซต์ของบริษัท กรมการค้าภายในของประเทศนั้น ๆ หรืออาจประมวลดูว่าบริษัทที่มาติดต่อซื้อขายตั้งอยู่ในประเทศไหน หากพบว่าต้นตอของบริษัทเหล่านี้อยู่ในประเทศแถบดังกล่าวขอให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อนเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิด  ขึ้นได้.


    อันตรายจากแปรงสีฟันเก่า

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนแปรงสีฟันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้มากกว่าที่คิด โดยเจมส์ ซอง นักเคมีจากมหาวิทยาลัยวิสคอสซิน สหรัฐอเมริกา ระบุว่าแปรงสีฟันที่ใช้งานนานเกินไป ถือเป็นหนึ่งในวัตถุอันตรายในครัวเรือน และว่าปัญหาสุขภาพจะตามมามากมาย หากแปรงฟันไม่ถูกสุขอนามัย ซึ่งเจมส์ ซองระบุว่าดูเหมือนแบคทีเรียจำนวนมากจะซุกซ่อนอยู่ในแปรงสีฟัน และแบคทีเรียเหล่านั้นจะเดินทางเข้ากระแสเลือดของผู้ใช้โดยตรงผ่านรอยแผลเล็ก ๆ ที่เหงือก ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้บางส่วนเกี่ยวข้องกับการอุดตันของเส้นเลือด
     
    นอกจากนี้ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ พบว่าแปรงสีฟันทั่วไปเป็นแหล่งอาศัยของเชื้อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่นจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ-บีและซี จากแปรงสีฟัน ด้วยข้อมูลดังกล่าวผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เปลี่ยนแปรงสีฟันอย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง และงดใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง เนื่องจากทำให้เหงือกเป็นแผล.


    ระวัง!แก๊งตกทองอาละวาด

     

    ภายหลังจากราคาทองคำรูปพรรณพุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เหล่ามิจฉาชีพ ออกปฏิบัติการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ และวันนี้เราจะเปิดเผยพฤติกรรมของ “แก๊งตกทอง” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเล่าว่า คนร้ายกลุ่มนี้จะทำงานกันครั้งละ 2-3 คน โดยใช้รถยนต์ตระเวนไปตามห้างสรรพสินค้าหรือย่านชุมชน โดยคนร้ายจะเข้าไปยืนพูดคุยกับเหยื่อที่เป็นผู้หญิง วัยรุ่นหรือวัยกลางคน ที่มีลักษณะเชื่อง่าย แล้วเอ่ยปากถามหาถุงใส่ทอง หรือกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ทำตกไว้ โดยกลอุบายก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางครั้งก็บอกว่ามีทองอยู่ 5 บาท บ้าง 10 บาทบ้าง
     
    จากนั้นไม่เกิน 15 นาที จะมีคนร้ายคนที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาเหยื่อแล้วพูดว่า “คนเมื่อกี้มาถามหาถุงนี้ใช่หรือไม่” ก่อนจะชวนเดินเข้าไปในที่ลับตาคน และมีคนร้ายคนที่ 3 เดินเข้ามาสมทบเหมือนกับมาเจอกันโดยบังเอิญ และคนร้ายคนที่ 2 จะเล่าเรื่องการเก็บทองคำได้ แล้วคนร้ายคนที่ 3 จะแนะนำให้เอาทองที่เก็บได้ไปขายในร้านต่าง ๆ เนื่องจากมีคนรู้จักที่อยู่ในร้านแล้ว แต่เหยื่อต้องทิ้งของมีค่าไว้เป็นหลักประกัน เมื่อเหยื่อหลงกลคนร้ายทั้งหมดต่างก็แยกย้ายพากันหลบหนีไปพร้อมของมีค่าซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ก็สายเกินไป.

     


     

    แอลกอฮอล์อุ่นอาหาร ไร้มาตรฐาน-ทำคนตาย

    เภสัชกรหญิงวีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่าจากการเก็บตัวอย่างแอลกอฮอล์อุ่นอาหารที่ใช้ในร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร ช่วงต้นปี 2549 พบว่าตกมาตรฐานถึงร้อยละ 18.18  ขณะที่ปี 2548 พบตกมาตรฐานถึงร้อยละ 37.5 คือมีปริมาณเมทานอลมากกว่าร้อยละ 1 ซึ่งผู้ผลิต ผู้ใช้ มีความผิดมาตรฐานครอบครองวัตถุอันตรายประเภท 4 มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
     
    “แอลกอฮอล์อุ่นอาหารที่มีเมทานอล เกินมาตรฐานจะรู้สึกแสบจมูก ไอของแอล  กอฮอล์ทำให้ระคายเคือง ตาพร่า ตาบอด ปวดศีรษะ ถ้าสูดหายใจในปริมาณมากถึงขั้นเสียชีวิต” 
     
    ผู้ประกอบการสามารถใช้ชุดทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทดสอบ เพื่อทดสอบว่าเป็นแอกอฮอล์อุ่นอาหารที่ได้มาตรฐานหรือไม่ โดยหยดสารละลายบนแอลกอฮอล์ อุ่นอาหารตามคำแนะนำ หากมีเมทานอลเกินมาตรฐานจะได้สารละลายมีสีเขียวถึงสีน้ำเงิน หลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาที สีจะหายไป.


     

    ภัยแชร์ลูกโซ่

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ได้เตือนถึงประชาชนเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ว่ามีบางบริษัทได้โฆษณาชักจูงให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา มาสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทฯในโครงการต่าง ๆ แต่สมาชิกต้องซื้อสินค้าของบริษัทก่อน จำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดเครื่องครัว น้ำยาล้างรถ และน้ำยาล้างจาน รวมกัน 15,000 บาท จากนั้นจะได้รับผลตอบแทน และจะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นหากสามารถหาสมาชิกใหม่มาซื้อของของบริษัทฯโดยมีเงื่อนไข อาทิ
     
    หากหาสมาชิกและซื้อสินค้า คนละ 15,000 บาท รวมกัน 15 คน จะได้รับรถหรือเงินปันผล 5,000 บาท บวกค่าแนะนำคนละ 1,000  บาท จากนั้นจะมีแม่ทีมจัดลำดับสมาชิกเพื่อรับผลประโยชน์ตามที่กำหนด และจัดงานเลี้ยงฉลองให้เห็นผลประโยชน์ดังกล่าว เพื่อให้ชักชวนผู้อื่นมาเห็นและสนใจเข้าเป็นสมาชิกเพิ่ม
     
    ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ซึ่งสามารถรวบรวมสมาชิกได้ถึง 50,000 คน มีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้าน มีสมาชิกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับผลตอบแทน แต่ได้จ่ายเงินซื้อสินค้าไปแล้ว ถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.การกู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชน

     


    กินยาคุมเสี่ยงอาการปวดศรีษะ

    จากผลการศึกษาของต่างประเทศพบว่า ผู้หญิงที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดมีโอกาสสูงในการปวด   ศีรษะ ทั้งการปวดจากไมเกรนและปวดจากไม่ได้เป็น ไมเกรน
     
    ดร.คาเรน แอดจีเดียส แห่งศูนย์ศึกษาการปวดศีรษะแห่งนอร์เวย์ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า มีผู้หญิงหลายคนที่ปวดไมเกรนระหว่างมีประจำเดือน เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ ผู้หญิงกลุ่มนี้ค่อนข้างจะเป็นไมเกรนขณะกำลังกินยาเม็ดคุมกำเนิดด้วย เพราะยาคุมกำเนิดจะเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายให้สูงขึ้นถึง 4 เท่าจากระดับปกติ เป็นผลให้ระดับเอสโตรเจนตกลงอย่างรุนแรงเมื่อมีรอบเดือน
     
    การศึกษานี้ศึกษาข้อมูลครอบคลุมผู้หญิง 13,944 คน ในนอร์เวย์ ซึ่งกินยาคุมกำเนิดและ      มีอาการปวดศีรษะ และวิจัยรายงานในวารสาร Neurology ว่ามีผู้หญิงร้อยละ 40 ที่ปวดไมเกรนระหว่างกินยาเม็ดคุมกำเนิด และอีกร้อยละ 20 ที่ปวดศีรษะแบบไม่ได้เป็นไมเกรน แต่อย่างไรก็ตามคณะทำงานพบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างจำนวนของฮอร์โมนที่มีในยา และความเสี่ยงในการปวดศีรษะ 
     
    ทีมวิจัยแนะนำว่า คนที่ปวดศีรษะขณะที่กินยาคุม แพทย์ควรสั่งแผ่นแปะฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ใช้ 2-3 วัน ก่อนมีประจำเดือน เพื่อที่ระดับฮอร์โมนเอส โตรเจนจะไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ผู้หญิงที่รับฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างต่อเนื่อง 3 เดือน จะมีอาการปวดศีรษะเพียงปีละ 4 ครั้ง แทนที่จะปวดทุกเดือน แต่สำหรับคนไทยจะเป็นยังไงยังไม่มีผลวิจัยโดยเฉพาะ.


    5 วิธีป้องกันการถูกข่มขืน

     

    ทุกวันนี้ผู้หญิงถูกลวนลาม-ข่มขืนมีอยู่แทบทุกวัน ที่สำคัญสถิติเริ่มพุ่งสูงขึ้น โดยพบว่า 30% ของผู้ถูกข่มขืน อายุต่ำกว่า 20 ปี ในแต่ละวันมีทารกถูกทิ้งวันละ 8 คน ในแต่ละปีวัยรุ่นทำแท้งกว่า 3 แสนราย โดย 13.3% ผู้ติดเชื้อ HIV อายุ 15-24 ปี  ซึ่ง 28.7% เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
     
    การลวนลามทางเพศส่วนใหญ่ เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ทุกคนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา อย่างการแซวกันไปมา สุดท้ายอาจลงเอยด้วยการขืนใจ และใช้ความรุนแรง ดังนั้นภัยใกล้ตัวสำหรับผู้หญิงมันมากกว่าที่คุณคิดไว้ จากสถิติที่ได้กล่าวมาดังข้างต้นนั้น เป็นสถิติที่เกิดขึ้นจริง แค่ถ้าไม่อยากให้ตัวเองต้องเข้าไปเป็นหนึ่งในสถิติที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็ควรจะเพิ่มความระมัดระวังให้ตัวเอง คือ
     
    1. ไปเป็นกลุ่ม 2. คนไม่น่าไว้วางใจอย่าให้เข้าบ้าน เพราะบ้านอาจจะไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างที่คิด 3. ถ้าต้องไปในที่เปลี่ยว อย่าใจลอย มีสติกับเหตุการณ์ตรงหน้า และเดินอย่างมาดมั่น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าได้ง่าย 4. ถ้ารู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากล ให้เชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง และรีบเดินให้ทันคนข้างหน้า หรือเปลี่ยนเส้นทางเดินไปเลย 5. พกสิ่งของถ่วงเวลา เช่น สเปรย์พริกไทย หรือถ้าจะพกอาวุธ เช่นคัตเตอร์ มีด กรรไกร ต้องมั่นใจว่ามันจะไม่กลายเป็นอาวุธของคนร้ายในที่สุด
     
    ถึงแม้ 5 วิธีนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยง เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงได้ไม่มากก็น้อย เพราะอย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้น ภัยใกล้ตัว “คุณผู้หญิง ใกล้กว่าที่คุณคิด”.

     


    อันตรายจากน้ำแข็งแห้ง

     

    น้ำแข็งแห้ง หรือ dry ice เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในสถานะของแข็ง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง เตรียมได้จากนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผ่านกระบวนการอัดและทำให้เย็นลงภายใต้ความดันสูง กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เหลว แล้วลดความดันลงอย่างรวดเร็ว โดยการพ่นคาร์บอนไดออกไซด์เหลวสู่ความดัน ผลที่ได้คือเกล็ดน้ำแข็งคล้ายเกล็ดหิมะ จากนั้นนำมาใช้ประโยชน์หลายๆด้าน อาทิ อุตสาหกรรมอาหารประเภทไอศกรีม นม เบเกอรี่ ไส้กรอก และเนื้อสัตว์เพื่อถนอมอาหารในขั้นตอนการผลิต เมื่อมีประโยชน์ก็ต้องมีโทษเท่าๆกัน เนื่องจากน้ำแข็งแห้งมีความเย็น หากสัมผัสผิวหนังจะทำให้ไฟไหม้ ที่สำคัญไม่ควรให้เด็กหยิบมาเล่น และห้ามนำมาใส่ขวดแล้วเขย่าจะทำให้ระเบิดได้ นอกจากนี้ไม่ควรนำน้ำแข็งแห้งเก็บในตู้เย็นเพราะจะทำให้ระบบความเย็นของตู้เย็นหยุดทำงาน เพราะน้ำแข็งแห้งมีความเย็นมากกว่า.

     


    อันตรายจากลูกเหม็น

     

    การใช้ลูกเหม็น เพื่อดับกลิ่น และป้องกันแมลงอาจมีประโยชน์ แต่การสูดดมลูกเหม็นบ่อย ๆ มีโอกาสพบอันตรายมาก โดย ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขา ธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่าปัจจุบันแนพทาลีน หรือ ลูกเหม็น ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ใช้สำหรับใส่ในตู้เสื้อผ้า เพื่อป้องกันแมลงกัดกินเสื้อผ้า หรือใช้เพื่อดับกลิ่นในห้องน้ำ ซึ่งมี ทั้งชนิดก้อน ชนิดเม็ด และชนิดผลึก ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีแนพทาลีนเป็นส่วนประกอบมากกว่าร้อยละ 99 ซึ่งแนพทาลีนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายจะได้รับจากการหายใจ หรือการสัมผัสทางผิวหนัง หรือผ่านทางเสื้อผ้า หรือผ้าห่มที่มีการใช้ลูกเหม็น แนพทาลีนจะทำให้ระคายเคืองตา จมูก คอและผิวหนัง หากได้รับเข้าไปมากส่งผลให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย เกิดโลหิตจาง

    อย่างไรก็ตามพบว่าทารก เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนที่มีระดับเม็ดเลือดแดงต่ำ หรือมีเอ็นไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนโลหิตต่ำมาตั้งแต่เกิด เมื่อได้รับแนพทาลีน จะเกิดโรคโลหิตจางได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่าแนพทาลีนที่ตกค้างในร่างกายของแม่สามารถส่งผ่านไปยังลูก ซึ่งการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกโลหิตจางด้วย อาการเบื้องต้นคือเหนื่อยล้า ผิวหนังซีด ไม่อยากอาหาร

    “เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานและผู้บริโภค ควรเก็บลูกเหม็นหรือก้อนดับกลิ่นให้พ้นมือเด็ก เก็บในตู้ที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการรั่วไหลของไอระเหยของแนพทาลีนสู่อากาศ และก่อนใช้เสื้อผ้าหรือผ้าห่มที่มีการใช้ลูกเหม็นให้นำไปตากแดด หรือผึ่งลมก่อน เพื่อกำจัดกลิ่นและไอระเหยของแนพทาลีนที่ตกค้างบนเสื้อผ้า นอกจากนี้ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ลูกเหม็นกับเสื้อผ้าหรือผ้าห่มของเด็กและทารก ลดการใช้ปริมาณก้อนดับกลิ่น”

     


    เตือนผู้หญิง..ระวังโจรในลิฟต์

    ปัจจุบันอาชญากรรมมีหลายรูปแบบ ม่เว้นแม้กระทั่งในลิฟต์ ล่าสุดมีเหยื่อนักศึกษาสาวคนหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยเพชรบุรี 7 ระหว่างที่ลงลิฟต์จากห้องพักเพื่อไปเรียนหนังสือทันใดนั้นได้เจอกับวัยรุ่นหน้าตี๋ชักมีดออกมาจี้ที่เอวบังคับห้ามส่งเสียงร้องเด็ดขาด เหยื่อเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แทบช็อก โดยคนร้ายได้กดลิฟต์ให้ขึ้นไปยังชั้น 9 หลังจากนั้นลากคอออกไปจากลิฟต์บังคับเอากระเป๋าสะพายภายในมีทรัพย์สิน ขณะเดียวกันโจรยังได้ลวนลามด้วยการจับหน้าอก พยายามลากตัวเหยื่อขึ้นไปบนดาดฟ้า แต่โชคดีที่ประตูทางขึ้นดาดฟ้าล็อกทำให้ คนร้ายต้องปล่อยตัวออกมา นักศึกษาสาวตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.เทพพิทักษ์ แสงกล้า สวส.สน.พญาไท หลังจากนั้นได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.กิตติพงษ์ สินมาลี รอง สว.สส.สน.พญาไท ได้ขอทีวีวงจรปิดจากอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวจนทราบชื่อคนร้ายคือ นายณัฐชนนท์ ธนคุ้มชีพ อายุ 22 ปี และสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

    ทาง ร.ต.อ.กิตติพงษ์ ฝากไปถึงนักศึกษารายอื่นหรือผู้หญิงคนใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหารายนี้ลวนลามหรือชิงทรัพย์ให้มาชี้ตัวแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ สน.พญาไท.


    น้ำส้มสายชูปลอม

     

    การบริโภคอาหารในแต่ละครั้ง ควรพึงระวังสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่อาจมีสารเคมีตกค้างอยู่ในส่วนประกอบของอาหาร น้ำส้มสายชู เป็นส่วนผสมหนึ่งในการใช้ปรุงแต่งอาหารทั่วไป และสามารถพบเห็นบ่อยครั้ง คือในพริกดอง ปัจจุบันน้ำส้มสายชูแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำส้มสายชูเทียม ซึ่งน้ำส้มทั้งสามชนิดนี้ ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้โดยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่มีน้ำส้มสายชูอีกชนิดหนึ่ง ที่ผู้บริโภคควรระวังและมีอันตรายในการรับประทานเข้าไป คือ น้ำส้มสายชูปลอม ที่มีกรรมวิธีแยบยลของพ่อค้าหัวใส่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หวังรวยทางลัดโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย เพียงแค่นำเอาหัวน้ำส้มมาเจือจางผสมกับน้ำแล้วบรรจุขวด ซึ่งความอันตรายของหัวน้ำส้มดังกล่าวมีความเป็นกรดน้ำส้มชนิดเข้มข้นที่ใช้ในอุตสาหกรรม สิ่งทอฟอกหนัง ขนสัตว์ ไม่สมควรนำมาบริโภค

    นอกจากนี้ยังมีน้ำกรดแร่อื่น ๆ เช่น กรดเกลือ กรดกำมะถันที่นำมาใช้ทำหัวน้ำส้ม หรือน้ำส้มสายชูปลอมเปรี้ยวเข็ดฟัน แต่จะไม่มีกลิ่นของกรดน้ำส้ม จึงต้องมีการนำน้ำส้มสายชูหมักเติมลงไปเพื่อทำให้กลิ่นเสมือนน้ำส้มสายชูหมัก และถ้ารับประทานเข้าไปมาก ๆ จะกัดกระเพาะอาหาร ลำไส้จนเกิดแผล หรืออาจถึงกับกระเพาะและลำไส้ทะลุได้

    ข้อพึงระวังและทดสอบง่าย ๆ ที่จะทำให้ทราบว่าเป็นน้ำส้มสายชูจริงหรือปลอม ต้องใช้น้ำยาสีม่วงที่ป้ายลิ้นเด็ก หรือที่เรียกว่า ยาเยนเชียนไวโอเล็ต มาหยดในน้ำส้ม 2-3 หยด ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมสีจะเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำเงิน หรือเขียว หรือใช้ผักชีจุ่มลงไปในน้ำส้ม ถ้าปลอมผักชีจะมีลักษณะตายนึ่ง สีเขียวของผักชีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเพียง 5 นาที ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังในการทานอาหาร ที่เป็นส่วนผสมจะต้องรอบคอบ และรู้จักสังเกต ก็จะมีความปลอดภัยในการรับประทานอาหารอย่างอร่อย.


    แก๊งมอมยารูดทรัพย์

     

    จากการสำรวจพบว่า “2 ใน 10 อันตรายเมืองหลวง” ที่ประชาชนหวาดกลัวมาก ที่สุด คือ “ภัยข่มขืน” ที่มาอันดับ 1 และ “ภัยแก๊งต้มตุ๋น” ที่ติดอันดับ 8 โดย 2 ภัยอันตรายดังกล่าวถือเป็นภัยใกล้ตัว ที่ใคร ๆ สามารถตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ

    ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนว่า “จิ้งจอกสังคม” กลุ่มนี้อันตรายมาก เพราะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบยุทธวิธีไล่ล่าเหยื่อตลอดเวลา โดยวิธีที่กลุ่มทรชนกลุ่มนี้นำมาใช้กันอย่างมาก คือ การ “มอมยา” เพื่อรูดทรัพย์ และล่าสวาท

    น.พ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการมอมยา บอกว่าภัยใกล้ตัวลักษณะดังกล่าวกำลังแพร่ระบาดหนักขึ้นทุกวัน โดยมิจฉาชีพใช้ทั้ง ดม อม ดื่ม กิน หรือโดยชนิดสูบ พบได้บ่อยตามสถานบันเทิงต่าง ๆ อาจเริ่มจากมีคนแปลกหน้ามาแจกมวนบุหรี่ ที่อัดกัญชา เฮโรอีน ให้สูบเพื่อแสร้งทำเป็นมิตร หลังจากสูบใหม่ ๆ จะกระตุ้นประสาท ต่อมาจะคล้ายคนเมาเหล้า ทำให้ง่วงนอน ซึม ควบคุมตัวเองไม่ได้

    ส่วนการป้องกันตัวให้พ้นภัยจากเหล่าทรชนเหล่านี้ คือ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า และต้องปฏิเสธคนเหล่านั้นตลอดเวลา หรือ just say no.


    เรื่องของยางรถยนต์

    ยางรถยนต์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับรถยนต์ทุกคัน เพราะมีผลต่อการขับขี่ที่ปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น เจ้าของรถจึงต้องหมั่นตรวจเช็คให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยวิธีการตรวจเช็ค ก็สามารถทำได้ง่ายดายด้วยตนเอง ดังนี้

               1.  การตรวจสอบสภาพการบวมของยางบริเวณหน้ายางหรือแก้มยาง ใช้วิธีการสังเกตด้วยสายตา หรือใช้ฝ่ามือลูบไปมาที่หน้ายาง หากพบว่าหน้ายางเป็นลูกคลื่น ปูดบวม ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่

               2.  การตรวจสอบรอยฉีก แตกปริ หรือรอยแตกร้าวบริเวณแก้มยาง ใช้วิธีสังเกตด้วยสายตาที่บริเวณแก้มยางหรือไหล่ยาง โดยดูทั้งฝั่งด้านนอกและด้านในของล้อรถ หรือตรวจสอบล้อคู่หน้าด้านในด้วยการใช้วิธีหมุนพวงมาลัยไปด้านหนึ่งจนสุด ส่วนล้อคู่หลังให้ใช้วิธีก้มลงมองก็ได้ หากพบแก้มยางฉีกจนสามารถมองเห็นผ้าใบ หรือเห็นโครงยางเป็นเส้นลวด ให้เปลี่ยนยางใหม่ทันที

              3.   การตรวจสอบความผิดปกติของดอกยาง     เมื่อยางรถยนต์ถูกใช้งาน ดอกยางบริเวณหน้ายางจะสัมผัสกับพื้นถนน หากเบรกอย่างรุนแรง หรือออกรถทันทีทันใด หรือเร่งแซง บ่อยๆ รวมถึงบรรทุกน้ำหนักมากๆ  ก็จะมีโอกาสทำให้ดอกยางสึกหรอได้เร็วยิ่งขึ้น และยางก็จะมีอายุงานใช้ที่น้อยลง

                โดยปกติยางรถยนต์ จะมีเครื่องหมายแสดงการสึกหรอติดอยู่กับดอกยาง (ตำแหน่งจะอยู่ในร่องยางรถยนต์)  เครื่องหมายจะมีความสูง- ต่ำกว่าดอกยาง หรือดอกยางสึกหรอมากจนมองเห็นเครื่องหมายสึกหรอชัดเจน หรือสึกหรออยู่ในระนาบเดียวกับดอกยาง  แสดงว่ายางหมดสภาพ ส่งผลให้การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าวิ่งบนถนนเปียก จะรู้สึกลื่นมากทำให้เสียการทรงตัวได้ง่าย  ดังนั้นควรรีบเปลี่ยนยาง หรือควรเลือกใช้ยางขนาดรุ่นเดียวกันกับที่ใส่มากับรถ ซึ่งเป็นมาตรฐานมากจากโรงงานผลิตรถยนต์รุ่นนั้นๆ

                เมื่อเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่พบความผิดปกติของยางตามสภาพที่ได้กล่าวมาแล้วไม่ว่าจะเป็นข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้ง 3 ข้อ ควรปฏิบัติดังนี้เพื่อประคองการใช้งานก่อนที่จะนำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อเปลี่ยนใหม่ดังนี้ 

                 1.    หลีกเลี่ยงการออกรถอย่างรุนแรง หรือใช้ความเร็วสูง

                 2.    หลีกเลี่ยงการหยุดรถอย่างกะทันหัน เพราะยางจะลื่นไถลสึกหรอง่าย

                 3.    หลีกเลี่ยงการขับปีนขอบถนน ไหล่ทาง หรือชนขอบฟุตบาธ

                 4.    หลีกเลี่ยงการขับตกหลุม กระแทก หรือเหยียบก้อนหินใหญ่

                 5.    หลีกเลี่ยงการขับบนถนนที่เสี่ยงกับการเหยียบวัสดุมีคม,เห,็ก,หรือโลหะต่างๆ

                 6.    หลีกเลี่ยงการวิ่งยางบดถนน (กรณียางแบน)

                 7.    หลีกเลี่ยงการจอดรถทิ้งไว้นานๆ เพราะน้ำหนักรถทั้งหมดจะกดสู่ยางแต่ละเส้น ทำให้แก้มยางเสียได้

                  8.     หลีกเลี่ยงการบรรทุกน้ำหนักมากเกินไปเพราะยางจะรับภาระมากขึ้น

    การตรวจสอบยางที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียงสั้นๆ แต่ให้ผลคุ้มค่าในเรื่องความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง ฉะนั้นก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมตรวจสภาพยางรถยนต์ทุกครั้ง


    รถชน-อย่าตกใจ-ทำอย่างไรดี 

    อุบัติเหตุบนท้องถนน มีให้เห็นได้เสมอทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสารพัดตลอดทั้งปีของบ้านเรา มีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย กระทั่งเสียชีวิต อีกกรณีก็คือพวกที่ชอบ "ชนแล้วหนี" มีให้เห็นตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน ซึ่งฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าคนสมัยนี้ขาดความรับผิดชอบและประมาทกันมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็มักจะตกใจจนไม่มีสติไม่รู้จะทำอย่างไรดี ที่สำคัญอุบัติเหตุบนท้องถนนยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย ด้วย แต่เมื่อห้ามกันไม่ได้หากจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ตัวคุณไม่ว่าจะเป็นผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ก็ตามลองมาดูแนวทางปฏิบัติที่นำมาให้อ่านกัน  

    1 ถ้าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์
           
              ควรช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามสมควรและเราจะต้องแสดงตัวเป็นพลเมืองดีโดยยินดีที่จะเป็นพยานในคดีให้ สมมุติว่าเราเห็นคนคันหนึ่งชนคนแล้วหนีสิ่งที่เราควรทำก็คือพยายามจดจำ ทะเบียนรถ ชื่อยี่ห้อ สีรถแล้วรีบแจ้งตำรวจทราบ เพื่อติดตามจับกุมต่อไป มีบางคนถึงกับขับรถตามไปคนประเภทนี้ควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีต่อสังคม

    2 ถ้าท่านเป็นคนเจ็บเพราะรถชน
           
              สิ่งแรกที่ควรทำก็คือท่านต้องร้องให้คนอื่นช่วย ถ้าท่านยังมีสติอยู่ เพราะว่าคนที่มามุงดูอาจจะไม่ทราบว่าท่านบาดเจ็บร้ายแรงเพียงใดหากท่านยัง สามารถพูดได้ก็ขอให้บอกว่าเจ็บที่ตรงส่วนใดเพื่อจะได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้อง ต้น ส่วนเรื่องคดีนั้นเอาไว้พิจารณาทีหลัง หากเราบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่มีพยานในที่เกิดเหตุเราควรจดทะเบียนรถไว้ เผื่อไปเรียกร้องค่าเสียหายที่หลัง
           

    3 ถ้าท่านเป็นผู้ขับ
           
              กรณีนี้อย่าหนีเป็นอันขาดเพราะความผิดฐานขับรถประมาทนั้นไม่ใช่เรื่อง เจตนา ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากร โทษก็ไม่มากมายอะไรควรจะอยู่เพื่อต่อสู้กับความจริง มิฉะนั้นท่านจะต้องหลบหนีนานถึง 15 ปี ถ้าท่านขับรถชนคนเสียชีวิต แต่ถ้าท่านมอบตัวสู้คดีบางทีท่านก็ไม่มีความผิด หรือมีความผิดศาลก็ปรานีลดโทษให้ ถ้าท่านมีน้ำใจ
           
              หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันนั้น กฎหมายกำหนดดังนี้
              3.1 ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เช่น ขับรถชนคนก็ต้องหยุดรถช่วยเหลือคนที่ถูกชน นำส่งโรงพยาบาล
              3.2 ต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือต้องรีบแจ้งตำรวจใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร
              3.3 แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่หมายเลขทะเบียนรถแก่ผู้เสียหาย
              3.4 ถ้าเป็นผู้ขับขี่ที่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กฎหมายให้ สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิดและตำรวจมีอำนาจยึดรถไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับ ขี่หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด
              3.5 ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามกฎข้อ 1, 2 และ 3 แล้วจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท
           
    4 ถ้ารถท่านมีประกันก็ต้องรีบแจ้งต่อบริษัทประกันทันที
           
        เพราะบริษัทประกันจะมีเจ้าหน้าที่มาตามที่เกิดเหตุ พร้อมกับทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมเพื่อเอาไว้สู้คดี
           
    5 ถ้ามีกล้องถ่ายรูปต้องรีบถ่ายรูปรถไว้ทันที
           
       นอกจากนี้ยังต้องถ่ายรายละเอียดต่างๆไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เกิดเหตุ ความเสียหายตามจุดต่างๆของรถ รวมถึงรถของคู่กรณี หรือหากว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุก็ให้ขอรูปจากมูลนิธิที่ทำการเก็บภาพ ไว้เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในภายหลัง

    6 ควรช่วยเหลือคนเจ็บ หรือค่าทำศพของผู้เสียชีวิต

     เรื่องนี้สำคัญมากๆคนขับรถมักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ของการช่วยเหลือเหล่านี้ความจริงเมื่อคุณขับรถชนคนเสียชีวิต หรือบาดเจ็บหรือขับรถโดยประมาทนั้นมีโทษทางอาญฟา
              - ทางอาญา คุณอาจจะต้องรับโทษจำคุก
              - ทางแพ่ง คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับคู่กรณี หากคุณช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ชนแล้วหนี ต่อมาเมื่อเรื่องถึงศาล ศาลก็จะเห็นถึงความมีน้ำใจของคุณก็อาจจะรอลงอาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณหนีศาลมักจะให้จำคุกเลยเพราะเห็นว่าคุณเป็นคนแล้ง น้ำใจ การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มาก
           
       ยก ตัวอย่างเช่นถ้าไม่พยายามตกลงใช้ค่าเสียหายให้กับคนเจ็บ ตำรวจเขาจะมีระเบียบไว้ว่าไม่ให้คืนของกลางให้แก่ผู้ต้องหาจนกว่าผู้ต้องหา จะพยายามตกลงกับผู้เสียหายและถ้าคุณยอมชดเชยค่าเสียหายและค่าทำศพให้กับผู้ เสียหาย คดีแพ่งก็ระงับเพราะถือว่ายอมความคดีแพ่งกันแล้ว จะฟ้องเรียกค่าเสียหายคุณในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว
           
              ทั้งนี้การใช้รถใช้ถนนร่วมกันให้ดีขึ้นนั้น เราทุกคนควรขับรถอย่างมีสติไม่ประมาทและมีน้ำใจให้แก่กัน เพียงเท่านี้อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้นแล้ว


     ตู้เอทีเอ็มรั่วซ็อตชาวบ้านดับ

    ข่าวนี้ ทำให้ต้องนำมาฝากเพื่อนๆชาวอรุณสวัสดิ์ จะได้ระมัดระวัง
    ด้วยตู้เอ็ทีเอ็ม เป็นสิ่งซึ่งพวกเราส่วนใหญ่มีโอกาสได้ใช้ประจำ
    ในเวลาและสถานที่ต่างๆกันไป

    เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 30 ก.ค. สวส.สภ.เมืองสระแก้ว รับแจ้งมีคนถูกไฟฟ้าช๊อตได้รับบาดเจ็บสาหัส
    เหตุเกิดบริเวณอาคารตลาดสดชื่นรส เขตเทศบาลตำบลศาลาลำดวน อ.เมือง
    รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบบริเวณหลังตู้เอทีเอ็มธนาคารทหารไทย ตั้งอยู่กลางตลาดมีน้ำเจิ่งนอง
    โดยมีคนนำป้ายมาติดเตือนระวัง พร้อมมีเชือกกั้นไม่ให้เข้าใกล้บริเวณ

    เบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บชื่อนายสมบุญ ภู่สมุทร อายุ 51 ปี  เป็นรปภ.ตลาดสดดังกล่าว
    อาการสาหัสพลเมืองดีนำส่งรพ.ไปก่อนหน้า ทั้งนี้คนเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินเก็บทำความสะอาดบริเวณรอบตลาดดังกล่าว
    หลังจากนั้นไปล้างมือที่ก๊อกด้านหลังตู้เอทีเอ็ม
    เกิดไฟฟ้าช็อตล้มแน่นิ่งอยู่กับพื้น

    ชาวบ้านเห็นจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมประสานการไฟฟ้าให้มาตัดไฟทันที
    ตรวจสอบอย่างละเอียดพบจุดที่ไฟช๊อตอยู่ด้านหลังตู้เอทีเอ็มธนาคารทหารไทย
    มีก๊อกน้ำประปาสูงจากพื้น 1 เมตร เปิดไหลอยู่
    พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากเดินมามุงดู พร้อมยืนยันว่าเหตุไฟช๊อตเกิดจากจุดดังกล่าว 

    หัวหน้าตู้ยามสายตรวจ ต.ศาลาลำดวน ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม กล่าวว่า
    วันนี้มีชาวบ้านมาบอกว่ามีคนถูกไฟช็อตประมาณ 4-5 ราย
    จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณตู้เอทีเอ็มดังกล่าว อีกทั้งสุนัขก็ยังถูกไฟช็อตไปด้วย
    ตอนแรกนึกว่าสาเหตุมาจากฝนตกหนักตลอดทั้งวันพื้นเปียกชื้นไฟอาจรั่ว คงไม่รุนแรง
    เพราะไม่เคยได้ยินว่าไฟตู้เอทีเอ็มจะช๊อตคนถึงตายได้

    ทั้งนี้แม่ค้าที่ขายของได้เอากล่องกระดาษมาวางให้คนเหยียบป้องกันไฟช็อต
    แต่สุดท้ายคนดูแลตลาดพลาดไปล้างมือไฟที่รั่วอยู่จึงช็อตเสียชีวิตดังกล่าว
    ทั้งนี้จะได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าสาเหตุไฟฟ้ารั่วมาจากจุดใดกันแน่

     


     

    ภัยจากนามบัตร

    หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับ
    มาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออก มาจากปั้มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถ
    ตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรับเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจาก
    มือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้างที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตร
    ดังไปตลอดทางเพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป
    ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให ้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วเจ้า
    ตัวร้ายก็จะขโมยของและหรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า
    ดังนั้นอย่ารับ กระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้านะจ๊ะ !!!! หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา
     

     


     

     ซื้อของเก็บใบเสร็จไว้ก่อนนะครับ

     

    หากคุณนิยมจ่ายตลาด เลือกซื้อเครื่องอุปโภค บริโภคที่ตลาดติดแอร์ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วเมื่อจ่ายเงิน คุณก็ไม่ยอมรับใบเสร็จ ขยำทิ้ง หรือใส่ไว้ตามถุงสินค้า โปรดทราบ...พฤติกรรมดังกล่าวเป็นที่โปรดปรานของเหล่ามิจฉาชีพ!

    กรณีนี้เกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเดินทางมาซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมกับคุณแม่สูงวัย ขณะที่เดินเลือกซื้อสินค้า และจ่ายเงิน เธอตรวจรายการสินค้าในใบเสร็จเพื่อดูความถูกต้องตามปกติ หลังจากนั้นเธอเข็นรถใส่สินค้า ไปนั่งพักดื่มน้ำในบริเวณจำหน่ายอาหาร เธอบอกกับคุณแม่ให้นั่งรอสักครู่ เธอจะเดินไปซื้อยาที่ร้านใกล้ๆ คุณแม่ของเธอนั่งรออยู่พร้อมกับรถเข็นใส่สินค้าที่จอดอยู่ไม่ห่างตัว

    และแล้ว มีหญิงคนหนึ่ง อาศัยจังหวะที่คุณแม่หันมองทางอื่น เดินเข้ามาเข็นรถคันนั้น เมื่อคุณแม่ได้ยิน จึงรีบกับไปจับแขนพร้อมพูดว่า
    นี่รถเข็นของฉันคะ

    หญิงคนแปลกหน้า ตอบทันที ไม่ใช่คะ นี่มันของๆ ฉัน คุณป้าจำผิดแล้ว
    ในขณะนั้น คุณผู้หญิงเจ้าของสินค้าตัวจริง กำลังเดินกลับมา และมองเห็นหญิงคนนั้นยืนพูดกับคุณแม่ของเธอแล ะเตรียมจะเข็นรถใส่สินค้า เธอจึงรีบเดินเข้าไป พูดกับผู้หญิงคนนั้นว่า

    มีอะไรหรือคะ นี่มันของๆ ฉันเอง

    หญิงคนนนั้นไม่มีท่าทีว่าจะยอม ยังตอบว่า

    ไม่ใช่ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันเพิ่งเข็นมา

    คุณผู้หญิงที่เป็นเจ้าของจึงหยิบใบเสร็จออกมาจากกระเป๋าของเธอ พร้อมกับบอกว่า

    ถ้าคุณไม่เชื่อ เรามาตรวจสินค้ากันว่าตรงกับใบเสร็จหรือไม่ แล้วไปถามพนักงานคิดเงินให้เขายืนยันก็ได้

    ทันใดนั้น มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา พร้อมดึงแขนหญิงคนที่ยืนอยู่บอกว่า

    นี่ไม่ใช่ของเรา รถเข็นของเราอยู่ทางโน้น

    ทั้งสองรีบเดินออกไป แต่คุณผู้หญิงตัดสินใจเดินตามไปดูอ ยู่ห่างๆ ปรากฏว่า ผู้หญิงแปลกหน้าทั้งสองคน เดินออกด้านนอกตัวเปล่า แล้วรีบขึ้นรถโดยสารประจำทาง โดยไม่มีสินค้าอะไรติดมือเลย!

    เห็นที ครั้งหน้า หากคุณต้องไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ควรเก็บใบเสร็จไว้กับตัว ตรวจสินค้าหลังจ่ายเงินให้เรียบร้อย พร้อมกับมัดปากถุงสินค้า และไม่วางสินค้าหรือรถเข็นใส่สินค้าให้ห่างตัวแบบคลาดสายตา มิฉะนั้น คุณอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ที่อาศัยความไม่รอบคอบของผู้คน เชิดเอาสินค้าที่คุณเพิ่งจ่ายเงินไปสดๆ ร้อนๆ ชนิดไม่ต้องควักสักบาท!.

     


     

    อ้างว่าลูกค้าโอนเงินผิดมาที่บัญชีเรา

    ศุกร์ที่28 มี นา มีคนโทรเข้ามาบอกว่าเป็นพนักงานแบงค์กรุงเทพฯ
    บอกว่ามีลูกค้าโอนเงิน เข้ามาที่บัญชีเราผิด บอกเลขบัญชีทุกอย่างถูกหมด
    แล้วก็บอกให้โอนเงินกลับด้วย เพราะว่าลูกค้าคนนั้น เดือดร้อนมาก
    เราก็บอกว่าขอไปเช็คก่อน
    พอวันเสาร์เราไปกดตังค์ก็พบว่ามีเงินเข้ามาบัญชีเราผิดตามจำนวนที่เค้าบอกจริงๆ
    ก็เลยโอนคืนไปให้... ก็ไม่คิดว่ามีอะไร เพราะมันก็ไม่ใช่เงินเราจริง....
    จนมาวันนี้ได้รับใบ แจ้งหนี้ CITIBANK มี ยอด Call for cash ให้ผ่อนจ่ายรายเดือน ก็เลยโทรไปเช็คที่ call center
    เค้าบอกว่าเราโทรไปขอเบิกเงินสดเข้าบัญชีเราเอง เมื่อวันที่ 25 มีนา

    เราก็บอกว่าไม่ได้ทำ...อย่างนี้ก็โดนหลอกแล้วซิ พนักงาน call center
    ก็ได้แต่บอกให้ไปแจ้งความ ซึ่งก็ยังดีที่เราเก็บ slip ที่เราโอน

    เงินไว้นะ......  จะรบกวนผู้รู้ค่ะ ว่าจะทำอย่างไรต่อดี จะไปแจ้งความที่ไหน
    แล้วตำรวจจะช่วยเราได้ไหม เพราะจำนวนเงินนั้นก็หลายหมื่นเลยค่ะ

    วิธีแก้ไข
    หากเจอแบบนี้ ไม่ต้องทำรายการโอนครับ ถึงจะมีการโอนเข้ามาผิดจริง
    ทางธนาคารสามารถทำรายการแก้ไขได้เองอยู่แล้ว การทำรายการโอนเงิน
    เท่ากับเราเป็นผู้สั่งโอน การแก้ไขจะทำได้ลำบากขึ้น

    หรือหากเป็นการโอนจาก ATM หรือ CDM ให้ขอหลักฐานเป็นหนังสือออก
    โดยธนาคารมาให้เราก่อน (ตัวจริงนะครับ)
    แล้ว เช็คข้อมูลกับธนาคารต้นทางก่อนจนแน่ใจ
    อีก 4-5 วันค่อยโอนก้อไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีเจตนาโกง ฟ้องมาก้อชนะแน่นอน

    ถ้าเป็นการทำรายการโอนผิด ธนาคารแค่แจ้งลูกค้าปลายทาง แล้วจัดการเองได้เลยแน่นอน

    นี่เป็นวิธีหลอกลวงแบบใหม่ เพื่อนๆ โปรดระวัง แจ้งเตือนกันให้ทั่ว
    คนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นคนดี...อยากคืนเงินคนที่เดือดร้อนแน่อยู่แล้ว
    ดังนั้นมีโอกาสตกหลุมนี้ได้ไม่ยากเลย
    เจ้าของบัญชีที่รับโอนกลับคงเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนัก
    ถูกจ้างให้เปิดบัญชีพร้อมบัตร ATM ได้ เงิน 200-300 บาทก็เอาแล้ว
    คนโกงก็กด ATM เชิดไปแล้วหลายหมื่น

    ข้อควรระวังเรื่องนี้
    1.
    ถ้าโอนผิดจริง แบงก์สาขาจะสามารถจัดการได้เองเลย เราไม่ต้องทำอะไรครับ
    2.
    เบอร์โทรเข้ามา ถ้าแปลกๆ แบบไม่แสดงเบอร์ หรือ เป็นแบบโทรจาก internet
    ให้ระวังไว้ก่อนเลยครับ

    3.
    ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ควรทำลายอย่าให้เหลือเห็นข้อมูลต่างๆ เช่น
    วงเงินสินเชื่อ หรือ
    เลขบัญชีธนาคารที่ตัดอัตโนมัติ

    โปรดกระจาย! ข่าวเรื่ องนี้ไปยังเพื่อนและญาติๆ โดยด่วน
    เพื่อป้องกันการหลอกลวงเช่นนี้

     

     

    กลโกงบัตรเครดิต

    ปัจจุบันพบกลโกงบัตรเครดิตในประเทศไทยหลายวิธี ได้แก่

    1. การใช้อุปกรณ์อ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็ก (เครื่อง Skimmer) คัดลอกข้อมูลส่วนตัวที่บันทึกในแถบแม่เหล็กบนบัตรเครดิต แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปทำบัตรปลอม
    และนำบัตรปลอมนั้นไปซื้อสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้ ปัจจุบันสถาบันการเงินอยู่ระหว่างการเปลี่ยนรูปแบบของบัตรเครดิตจากการเก็บข้อมูลในแถบแม่เหล็ก
    มาเป็นการใช้ชิปแทน ซึ่งจะช่วยลดปัญหานี้ได้

    2. การขโมยบัตรเครดิตหรือนำบัตรเครดิตที่สูญหายไปใช้โดยเจ้าของบัตรไม่รู้ตัวดังนั้น หากพบว่าบัตรเครดิตสูญหายหรือถูกขโมย ให้รีบติดต่อสถาบันการเงิน
    ผู้ออกบัตรเครดิตทันทีเพื่อขออายัดบัตร เพราะหากผู้อื่นนำไปใช้ ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินที่เกิดขึ้น

    3. การปลอมแปลงเอกสารสำคัญเพื่อสมัครบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นลายเซ็น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน เพื่อหลอกลวงให้สถาบันการเงิน
    ผู้ออกบัตรเครดิตหลงเชื่อ และนำบัตรเครดิตนั้นไปใช้จ่ายในนามของท่าน ทำให้ผู้ที่ถูกแอบอ้างเดือดร้อนเพราะถูกเรียกเก็บหนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ
     

    ข้อแนะนำในการป้องกันกลโกงบัตรเครดิต

    1. ควรเก็บรักษาบัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารสำคัญอื่น ๆ ไว้ในที่ที่ปลอดภัย และไม่มอบเอกสารดังกล่าวให้กับผู้ไม่น่าไว้ใจ

    2. ควรจดหมายเลขที่บัญชีบัตรเครดิตและหมายเลขโทรศัพท์ของแผนกบริการไว้ในที่ปลอดภัย (ไม่ควรเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์)

    3. เพื่อป้องกันกลโกงแบบ Skimming หากท่านจ่ายค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต ท่านควรอยู่ ณ จุดที่พนักงานทำรายการอยู่ หรืออยู่บริเวณใกล้ ๆ
    ในระยะที่สังเกตได้

    4. หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิตในร้านค้าที่มีความเสี่ยงหรือมีข่าวเรื่องการทุจริต

    5. ท่านควรตรวจสอบความถูกต้องของรายการใช้จ่ายในสลิปบัตรเครดิต เช่น จำนวนเงิน วันที่ทำรายการ เลขที่บัญชี ทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต
    และควรเก็บสำเนาสลิปบัตรเครดิตเอาไว้เพื่อใช้ตรวจกับใบแจ้งยอดบัญชีว่าถูกต้องและตรงกัน หากพบรายการผิดพลาด ต้องรีบแจ้งผู้ออกบัตรเครดิตทันที

    6. ระมัดระวังการใช้บัตรเครดิตเบิกเงินผ่านตู้เอทีเอ็มที่มีลักษณะน่าสงสัยว่าอาจมีการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ Skimmer รวมทั้ง ในขณะที่กดรหัสเอทีเอ็ม
    ต้องระวังไม่ให้ผู้อื่นเห็นด้วย

    7. ควรเลือกซื้อสินค้าหรือบริการทางอินเตอร์เน็ตจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ 

     

    กลโกงการปลอมแปลง E-mail และ Website สถาบันการเงินปลอม

    Phishing คือ การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของการปลอมแปลง e-mail หรือสร้าง Website ปลอม เพื่อหลอกให้ลูกค้าเปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงิน
    หรือข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น
     ข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิต Username และ Password
    เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายทางการเงินต่อลูกค้าและสถาบันการเงิน
    รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในการใช้บริการการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

    วิธีการที่พบในปัจจุบัน คือ การหลอกให้ลูกค้าหลงเชื่อว่ามี e-mail มาจากสถาบันการเงินและใช้หัวข้อและข้อความที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ขอให้ลูกค้าแจ้งยืนยัน
    ข้อมูลทางการเงินเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของบัญชีลูกค้า หรือ การแจ้งลูกค้าว่าถึงรอบระยะเวลาที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลของลูกค้า หรือ
    การแจ้งว่าบัญชีของลูกค้าได้ถูกอายัดไว้ชั่วคราว จึงขอให้ลูกค้ายืนยันข้อมูล เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าสามารถดำเนินการได้ต่อไป เป็นต้น
    พร้อมใส่สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายของสถาบันการเงินและ
    Hyperlink ที่ e-mail โดยมีชื่อโดเมนและ Subdirectory เหมือนกับ URL ของสถาบันการเงินนั้น ๆ 

    ซึ่งแท้จริงแล้วเป็น
    Website ปลอม ที่เรียกว่า Spoofed Website หรือแนบแบบฟอร์มการสอบถามข้อมูล เพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หมายเลขบัตรเครดิต
    เลขที่บัญชีเงินฝาก ชื่อบัญชีผู้ใช้บริการ
    (Username) และรหัสผ่าน (Password) เป็นต้น หลังจากที่ลูกค้าได้กรอกข้อมูลลงใน Website
    ปลอม หรือ
    แบบฟอร์มการสอบถามนั้น ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การโอนเงินหรือการชำระเงินให้บุคคลที่สามผ่านการให้บริการ
    Internet Banking
    หรือ Telephone Banking หรือ Mobile Banking หรือ การซื้อสินค้าและบริการทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้บัตรเครดิต เป็นต้น

    ข้อแนะนำในการป้องกันการปลอมแปลง E-mail  และ  Website สถาบันการเงินปลอม 

    1. อย่าตอบรับ e-mail ที่ขอให้ท่านส่งข้อมูลส่วนตัวให้ รวมทั้ง ไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญทางการเงิน เช่น หมายเลขบัตรเครดิต
    ชื่อบัญชีผู้ใช้บริการ
    (Username) และรหัสผ่าน (Password) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ไปกับ e-mail
    หรือ
    การติดต่อทางโทรศัพท์ที่แอบอ้างมาจากสถาบันการเงิน

    2. ไม่ควรใช้ Hyperlink ที่แนบมากับ e-mail หากต้องการเข้าใช้บริการ ให้เข้าผ่าน Website ของสถาบันการเงินนั้น ๆ  โดยตรง

    กลโกงสินเชื่อส่วนบุคคล 

    ในปัจจุบันแม้ว่าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก 
    แต่ยังมีการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (สินเชื่อนอกระบบ) ที่เอาเปรียบผู้กู้เงิน ซึ่งจะนำไปสู่ภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

    ธุรกิจบริการเงินด่วนนอกระบบสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เช่นประกาศตามเสาไฟฟ้าหรือโฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์  Website ตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยมี
    ข้อความเชิญชวนให้มาใช้บริการ เช่น ระบุว่า
    ให้วงเงินสูง อนุมัติและรับเงินสดทันทีภายใน 30 นาที
    โดยสินเชื่อนอกระบบเหล่านี้จะมีอัตราดอกเบี้ย
    ค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าปกติ

    ตัวอย่าง

    1.  เมื่อลูกค้าติดต่อเข้าไปตามหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ระบุไว้ในโฆษณาผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบจะแนะนำวิธีการและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขอรับสินเชื่อ
    ซึ่งลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดีหรือลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงินแล้วก็สามารถใช้บริการนี้ได้

    2. เมื่อลูกค้ายอมรับข้อตกลงในการให้สินเชื่อ ผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบจะดำเนินการ ดังนี้

         -  กรณีลูกค้ามีบัตรเครดิตหรือบัตรของ Non-Bank ที่ให้บริการผ่อนสินค้าหรือสินเชื่อเงินสดก็จะให้ไปซื้อสินค้าจากร้านค้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก 
    กล้องถ่ายรูปดิจิตอล และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

         - กรณีลูกค้าไม่มีบัตรดังกล่าวก็จะพาไปทำบัตรสมาชิกของ Non-Bank ที่ให้บริการผ่อนสินค้า หลังจากนั้นก็จะพาไปซื้อสินค้าจากร้านค้า

    3. เมื่อได้สินค้าแล้ว ผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบจะรับสินค้าไว้และจ่ายเงินสดให้ลูกค้าแทนโดยจะหักค่านายหน้าในการให้บริการไว้ประมาณ 30% เช่น
    ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 100
    ,000 บาท หักค่านายหน้า 30% เป็นเงิน 30,000 บาท ลูกค้าได้รับเงินสด 70,000 บาท แต่เป็นหนี้เงินกู้ 100,000 บาท

    4. หลังจากนั้น ลูกค้าสมาชิกบัตรจะต้องเป็นผู้ผ่อนชำระค่าสินค้าซึ่งรวมเงินต้น (100,000 บาท) พร้อมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
    กับสถาบันผู้ออกบัตรทำให้ผู้กู้มีภาระหนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใด ๆ
     และยังนำสินค้าดังกล่าวไปจำหน่ายต่อด้วย

    ข้อแนะนำในการป้องกันกลโกงสินเชื่อส่วนบุคคล

    1. ควรใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลแทนการกู้เงินนอกระบบ  เนื่องจากการกู้เงิน
    นอกระบบดอกเบี้ย ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมจะแพงกว่าปกติ

    2. ในการเลือกใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวควรพิจารณาเรื่อง อัตราดอกเบี้ย และ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ  (เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 
    ค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี) เป็นต้น

    3. ระมัดระวังโฆษณาที่ระบุว่า  ดอกเบี้ยต่อเดือนน้อยนิด หรือดอกเบี้ย 0%”  โดยต้องดูว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นอัตราต่อเดือนหรือไม่ ถ้าใช่ให้คูณ 12
    จึงจะได้อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ต้องจ่ายจริง

    นอกจากนี้  หากดอกเบี้ยที่ท่านต้องจ่าย มีลักษณะเป็นจำนวนคงที่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ (Flat Rate)  ท่านต้องลองคำนวณว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงแบบลดต้นลดดอก
    (
    Effective Rate) เป็นเท่าไรโดยคูณด้วย 1.8  
    นอกจากดอกเบี้ยแล้ว ท่านต้องพิจารณาว่ายังมีค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
    หากใช้บริการดังกล่าว เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าธรรมเนียมการชำระเงินที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

    4. อย่าใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงเพื่อต้องการของแถมจากผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว เพราะท่านอาจประสบปัญหาหนี้สินได้ ควรระลึกอยู่เสมอว่า
    ใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงินไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

     

    การล่อลวงข้อมูลลูกค้าจากกลุ่มมิจฉาชีพ 

    ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีกลุ่มมิจฉาชีพพยายามเจาะข้อมูลของลูกค้าธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้หาประโยชน์ในทางที่มิชอบ โดยใช้วิธีการอ้างว่าลูกค้าประชาชนมีหนี้อยู่กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะมีวิธีการดังต่อไปนี้

    1. โทรศัพท์ไปหาลูกค้าประชาชนแจ้งว่า ท่านค้างชำระหนี้จำนวนหนึ่งและจะมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โทรมาสอบถามข้อมูลเพื่อจะแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ที่ค้างชำระนั้นให้ถูกต้อง

    2. ต่อมาผู้ที่อยู่ในกลุ่มมิจฉาชีพอีกคนหนึ่งจะโทรศัพท์มาเป็นครั้งที่สองโดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ธปท. มาขอข้อมูล เช่น วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตร ATM หรือหลอกลวงให้ไปที่ตู้ ATM และทำรายการตามที่บอก โดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งจะกลายเป็นการโอนเงินไปให้กลุ่มมิจฉาชีพ

    นอกจากนี้อาจมีพฤติกรรมอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกัน วิธีการปกติในการที่จะล่อลวงเอาเงินของลูกค้าประชาชนที่มีบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตร ATM หรือบัตรที่ใช้ในการถอนเงินต่าง ๆ พวกมิจฉาชีพจำเป็นต้องรู้ข้อมูลของลูกค้าเสียก่อน โดยเฉพาะรหัสต่าง ๆ เช่น Security Code (หมายเลข 3 ตัวสุดท้ายที่อยู่ด้านหลังบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต) และใช้ข้อมูลรหัสดังกล่าวไปทำบัตรปลอมเพื่อลักลอบถอนเงินของลูกค้า

    ข้อแนะนำในการป้องกันการล่อลวงข้อมูล

    1. โปรดทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีเจ้าหน้าที่ของ ธปท. มีส่วนเกี่ยวข้องในการโทรศัพท์ขอข้อมูลท่านอย่างแน่นอน อย่าได้หลงเชื่อคำกล่าวอ้างของพวกมิจฉาชีพ

    2. อย่าได้เปิดเผยข้อมูลในบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตร ATM ของท่านให้แก่คนที่ท่านไม่รู้จักไม่ว่าจะมีข้อกล่าวอ้างประการใด

    3. หากท่านได้รับโทรศัพท์เพื่อขอข้อมูลใด ๆ ขอให้ท่านตรวจสอบไปยังธนาคารพาณิชย์หรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตโดยตรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงต่าง ๆ โดยไม่ใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ขอข้อมูลแจ้งมา

    4. หากมีเหตุที่ท่านไม่แน่ใจว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพได้ล่วงรู้ข้อมูลของท่านไปแล้วหรือไม่ ขอได้โปรดติดต่อกลับไปยังธนาคารเจ้าของบัตรหรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตโดยตรงเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ในการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นและอาจทำการยกเลิกบัตรและเปลี่ยนบัตรใหม่

      

    การป้องกันการลักทรัพย์ในที่พักอาศัย    

    เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในบ้าน ขอแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
    1. ไม่ควรทิ้งบ้านไว้โดยไม่มีคนเฝ้าดูแล ควรให้มีคนที่เชื่อถือหรือวางใจได้อยู่เฝ้ดูแลบ้านหรือที่พักอาศัยตลอดเวลา
    2. ก่อนออกจากบ้านหรือที่พักอาศัย ควรปิดประตู หน้าต่างใส่กลอน กุญแจให้เรียบร้อย กุญแจแบะกลอนประตูหน้าต่างควรเลือกใช้ชนิดมั่นคง แข็งแรง เพราะคนร้ายสามารถงัดหลุด หากติดลูกกรงเหล็กดัดจะทำให้คนร้ายงัดยากเพิ่มขึ้น แต่ต้องเว้นช่องไว้ หากเกิดไฟไหม้จะได้หนีออกได้
    3. ควรร่วมมือกับเพื่อนบ้านในการดูแลบ้าน เมื่อออกจากบ้านก็ฝากเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแล
    4. ไม่ควรเก็บทรัพย์สินที่มีค่ามาก หรือเงินสดจำนวนมากไว้ในบ้าน
    5. ที่ว่าเปล่าที่อยู่ติดกับที่พักอาศัย ไม่ควรปล่อยให้มีต้นไม้หรือหญ้าขึ้นสูง เพราะคนร้ายอาจใช้เป็นที่กำบังเข้าทำการลักทรัพย์ และใช้เป็นที่ซ่อนตัวหรือหลบหนีได้ง่าย
    6. บริเวณบ้านควรทำรั้วไม้สูงๆ และแข็งแรง กลางคืนควรเปิดไฟฟ้าให้มีแสงสว่างทั่วบริเวณบ้าน
    7. เลี้ยงสุนัขหรือสัตว์อื่นที่ส่งเสียงดังเพื่อช่วยเตือนภัย สุนัขที่ควรเลี้ยงควรเป็นสุนัขที่เห่าเก่ง และขังกรงไว้ภายในบริเวณบ้านเพื่อกันการถูกวางยา
    8. บ้าน 2 ชั้นที่ต่อเนื่องกับครัวให้ทำประตู หน้าต่างให้แน่นหนาแข็งแรง และการรับประทานอาหารชั้นล่าง ควรปิดประตู หน้าต่างชั้นบนให้เรียบร้อยทุกครั้ง
    9. เมื่อมีผู้โทรศัพท์มาถามว่า มีใครอยู่บ้านบ้างหรือไม่ อาจเป็นการหาโอกาสเข้ามาโจรกรรม ให้ตอบว่ามีอยู่หลายคน
    10. ควรเล่ารายละเอียดกลอุบายต่างๆ ของคนร้าย ให้กับคนรับใช้หรือผู้ที่พักอาศัยทราบ เพื่อเตือนสติ อย่าให้หลงเชื่อเล่ห์เหลี่ยมของคนร้าย และมีการเตรียมพร้อมในการป้องกันเหตุร้าย
    11. การติดตั้งสัญญาณแจ้งภัยควรใช้สัญญาณไซเรน เนื่องจากคนร้ายมักกลัวเสียงดังและเพื่อให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงทราบ จะได้ช่วยเหลือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
    12. เมื่อบ้านไม่มีผู้อยู่อาศัยควรเปิดไฟทิ้งไว้ในห้องบ้าง
    13. บ้านที่มีม่านเมื่อพลบค่ำควรรูดม่าน ปิดไม่ให้คนภายนอกมองเห็น
    14. เวลากลางคืน เมื่อมีคนอยู่บ้านไม่ควรเปิดไฟในบ้านทิ้งเพราะคนร้ายจะเห็นทรัพย์สินภายในบ้าน ควรเปิดไฟนอกบ้านหรือรอบบ้าน จะทำให้มองจากภายในเห็นภายนอกได้
    15. ในเวลากลางคืนก่อนเปิดประตูบ้านให้ผู้ใด จะต้องดูทางช่องกระจกให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็นผู้ใด หรือจะใช้โซ่ประตูคล้องไว้ก่อนเปิดประตู
    16. ต้องตรวจสอบบัตรประจำตัวของช่างซ่อม หรือตัวแทนของบริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาในบ้าน
    17. อย่าปล่อยให้ผู้ใดเข้ามาในบ้านโดยไม่แน่ใจว่าเป็นบุคคลตามที่อ้างตัวมาจริง
    18. พยายามจดจำตำหนิรูปพรรณคนแปลกหน้า หรือจดจำหมายเลขทะเบียนรถที่ต้องสงสัยและเข้ามาอยู่ในละแวกบ้าน
    19. ให้หยุดส่งหนังสือพิมพ์กรณีไม่มีคนอยู่บ้าน เพราะหากไม่มีผู้ใดรับจะเป็นที่สังเกตว่าไม่มีคนอยู่บ้าน
    20. การจ้างคนงาน คนรับใช้ หรือพนักงาน ควรมีสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวต่างๆ ถ่ายรูปและรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ญาติพี่น้อง เพื่อทราบที่อยู่ความเป็นมา อาชีพดั้งเดิม ความประพฤติตลอดจนญาติพี่น้องหรือคนรู้จักเพื่อสามารถติดต่อในภายหลัง หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำการตรวจสอบประวัติก็ให้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
    21. เมื่อทราบเหตุ หรือรู้ว่ามีคนร้ายเข้าบ้าน อย่าคิดจับคนร้ายด้วยตนเองเพราะอาจได้รับอันตราย ควรป้องกันโดยการพยายามทำให้ผู้อื่น หรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ทราบด้วยการทำให้เกิดเสียงหรือร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ
    22. เมื่อเกิดเหตุแล้ว ควรช่วยกันรักษาสถานที่เกิดเหตุ ห้ามเคลื่อนย้าย ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุ คอยจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจตราสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อย
    23. จอรายละเอียด ตำหนิ หรือลักษณะพิเศษ ของทรัพย์สินที่มีค่า และถ่ายรูปเก็บไว้ทุกรายการ
    24. ร่วมกันจัดระบบการป้องกันตนเองของชุมชน เช่น การจัดกรรมการหมู่บ้านออกตรวจพื้นที่ , การจัดเวรยามหมู่บ้าน , ติดกริ่งสัญญาณหรือตีเกราะสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้าย

    การป้องกันการล้วงกระเป๋า

    ในการเดินทางไปในที่ต่างๆ ขอให้ทุกท่านคอยระมัดระวังทรัพย์สินที่ท่านพกพาติดตัวไป โดยขอให้คำนึงถึง
    1. การออกนอกบ้านหรือที่พักอาศัย ไม่ควรนำของมีค่าหรือทรัพย์สินจำนวนมากติดตัวไปด้วย กระเป๋าสตางค์ไม่ควรพกในลักษณะที่กระเป๋าแผ่ออกมานอกกระเป๋ากางเกง ควรพกในตำแหน่งที่เมื่อกระเป๋าหายไป เราสามารถรู้สึกตัวได้ทันที เช่น ที่กระเป๋ากางเกงด้านหน้า เป็นต้น
    2. ถ้าจำเป็นต้องนำทรัพย์สินหรือของมีค่าติดตัวไปด้วย ก็ควรแยกเก็บไว้หลายๆ ที่
    3. ในสถานที่ที่คนร้ายมักจะกระทำผิด เช่น ที่ที่มีคนเบียดเสียดหนาแน่นควรใช้ความระมัดระวัง และเมื่อถูกชนหรือถูกเบียดโดยไม่จำเป็น ให้รีบสำรวจทรัพย์สินที่นำติดตัวไปด้วยทันที
    4. เมื่อถูกคนร้ายล้วงกระเป๋า หรือรู้ตัวว่ากำลังถูกล้วงกระเป๋าให้รีบส่งเสียงดัง เช่น ร้องขอความช่วยเหลือ และรีบแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุด
    5. กระเป๋าถือของสตรีไม่ควรใส่ทรัพย์สินหรือของมีค่า และกระเป๋าไม่ควรหิ้ว หรือสะพายบ่าไว้ ควรใช้มือจับกุมหรือกระชับไว้
    6. พึงระลึกไว้เสมอว่าคนร้ายประเภทนี้ เป็นได้ทุกเพศ ทุกวัย มักแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย และถือหนังสือพิมพ์หรือสิ่งของที่ใช้เป็นที่บังตาได้ดี
    7. เมื่อพบคนร้ายกำลังล้วงกระเป๋าของบุคคลอื่น ก็ให้ส่งเสียงดังขึ้น หรือบอกใกล้เคียงรู้เห็น เพื่อช่วยกันจับกุมตัว หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้เคียงเพื่อทำการจับกุม

    การป้องกันการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ตามสามสถานที่ประกอบการค้า หรือที่พักอาศัย

    เพื่อเป็นการป้องกันในทรัพย์ที่ติดตัวไปกับท่านในที่ต่างๆ ขอให้ระมัดระวังตัวท่านเอง โดย
    1. การติดสัญญาณแจ้งภัยไว้หลายๆ แห่ง เพื่อให้ผู้อื่นหรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงทราบกำหนดสัญญาณ ควรตีเกราะขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้าย และแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
    2. การจ้างคนงาน คนรับใช้ หรือพนักงาน ควรมีสำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวต่างๆ ถ่ายรูปและรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ญาติพี่น้อง เพื่อทราบที่อยู่ความเป็นมา อาชีพดั้งเดิม ความประพฤติตลอดจนญาติพี่น้องหรือคนรู้จักเพื่อสามารถติดต่อในภายหลัง หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำการตรวจสอบประวัติก็ให้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
    3. เครื่องประดับที่มีไว้แต่งตัว หรือไว้เพื่อค้าขาย ถ้าเป็นไปได้ควรจดรายละเอียดตำหนิรูปพรรณ ลักษณะพิเศษ ราคา และถ่ายรูปเก็บไว้
    4. ไม่ควรติดกลอนประตู หน้าต่าง ด้านนอก เพราะคนร้ายจะใช้เป็นห้องขังได้เป็นอย่างดี
    5. ระมัดระวังคนแปลกหน้าที่มาเดินวนเวียนไปมาหลายครั้ง หรือมีท่าทางพิรุธน่าสงสัย ควรรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
    6. ไม่ควรอยู่ทำการค้า หรือธุรกิจ ในห้างร้าน บริษัท เพียงคนเดียว เมื่อหยิงสินค้าหรือสิ่งของจากหลังร้าน ชั้นบน หรือที่เก็บของ ควรมีผู้อยู่ดูแลหน้าร้านหรืออยู่กับลูกค้าเสมอ และควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อมีลูกค้าเข้ามาในร้านคราวละมากๆ
    7. ควรผูกมิตรกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาและให้ความช่วยเหลือแก่กันและกัน
    8. ไม่ควรเก็บเงินสดจำนวนมาก หรือทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในสถานที่ประกอบการค้า
    9. การเปิด-ปิดสถานที่ประกอบการค้า ไม่ควรเปิดแต่เช้าตรู่หรือยังมืดอยู่ และไม่ควรปิดจนค่ำ หรือดึกเกินไป
    10. ขณะที่จะปิดหรือกำลังจะปิดสถานประกอบการ หากมีคนแปลกหน้ามาติดต่อการค้าหรือธุรกิจต่างๆ ควรพิจารณาและระมัดระวังอาจจะเป็นคนร้าย ถ้าเป็นไปได้ควรรีบปฏิเสธในทุกเรื่องโดยอ้างว่าปิดทำการแล้ว
    11. พยายามจดจำตำหนิรูปพรรณคนที่เข้ามาติดต่อ หากเป็นคนร้ายแล้วก่อเหตุขึ้นจะได้แจ้งรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อเป็นประโยชน์ในการจับกุม
    12. ไม่ควรมีแต่เพียงเด็ก หรือสตรีเท่านั้นอยู่เฝ้าดูแลสถานประกอบการหรือที่พักอาศัย
    13. ควรสำรวจ ประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ ของสถานประกอบการค้า หรือที่พักอาศัยให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง การปิดทุกครั้งต้องใส่กลอน ใส่กุญแจอย่างแน่นหนาทุกครั้ง
    14. ไม่ควรนำสินค้าหรือเครื่องประดับที่มีราคาแพง ๆ ออกมาให้ลูกค้าเลือกหลายๆ แบบ หลายๆ ชนิดในคราวเดียวกัน
    15. การจัดสถานประกอบการค้า ควรให้สามารถมองเห็นได้จากภายนอก
    16. เมื่อเกิดเหตุพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้าย การแต่งกาย อาวุธ พาหนะ เส้นทางหลบหนี
    17. เมื่อเกิดเหตุควรช่วยรักษาสถานที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึง
    18. อย่าพยายามจับคนร้ายโดยลำพังด้วยตนเอง เมื่อคนร้ายก่อเหตุให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็ว
    19. วัว ควาย ในหมู่บ้านควรจัดเป็นคอกรวมและมีเวรยามดูแลรักษาตลอดคืน
    20. กรณีที่มีการซื้อขาย พืชผลทางการเกษตรหรือสัตว์ที่มีมูลค่าสูงไม่ควรเก็บเงินสดไว้ที่บ้านควรใช้บริการของธนาคาร
    21. การเบิกจ่ายเงินเดือนของหน่วยราชการและบริษัทห้างร้านควรเบิกจ่ายกับธนาคารในท้องที่ หากไม่มีควรขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเบิกเงิน และไม่ควรเดินทางในเวลากลางคืน
    การป้องกันการปล้น ชิง หรือวิ่งราวทรัพย์ผู้เบิกเงินหรือนำเงินไปฝากธนาคาร
    ในการเดินทางไปธนาคาร เพื่อติดต่อธุระกิจต่างๆ ควรจะ
    1. การเบิกเงินหรือถอนเงินจำนวนมากๆ จากสถาบันการเงินควรขอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มกัน หรือขอความร่วมมือจากธนาคารนำส่งเงินให้ที่บ้าน
    2. การนำเงินสดจำนวนมากๆ ติดตัว ไม่ว่าจะเป็นการนำไปฝากธนาคารหรือถอนจากธนาคารก็ดี ควรระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าที่ติดตามหรือเฝ้าดูอยู่
    3. การเบิกเงินจากธนาคารเป็นจำนวนมากๆ ควรไปนับเงินในที่ลับตา เช่น ห้องผู้จัดการหรือติดต่อผู้จัดการให้อำนวยความสะดวก
    4. ถ้าพบรถยนต์หรือจักรยานยนต์ แล่นติดตามมาโดยผิดสังเกต หรือสงสัยว่ากำลังถูกติดตาม ให้ขับรถเข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใกล้ที่สุดทันที หรือพยายามอย่าหยุดหรือจอดรถหรือนำเงินออกจากรถโดยเด็ดขาด
    5. การไปเบิกหรือถอนเงิน หรือนำเงินไปฝากธนาคาร ไม่ควรกระทำในเวลาใดเวลาหนึ่งเป็นประจำ
    6. เมื่อเบิกเงินจากธนาคาร ไม่ควรใส่ถุงกระดาษของธนาคาร ควรแยกเก็บไว้หลายๆ แห่ง
    7. หลังจากเบิกเงินจำนวนมากและขับรถไปในที่เปลี่ยว ในซอย ที่มืด หรือติดไฟแดง ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
    8. เมื่อเกิดเหตุพยายามจดจำรายละเอียด ตำหนิรูปพรรณคนร้าย การแต่งกายรวมทั้งยานพาหนะของคนร้าย และอาวุธ ตลอดจนเส้นทางหลบหนี
    9. หลังเกิดเหตุต้องพยายามรักษาร่องรอยในสถานที่เกิดเหตุไว้จนกว่าตำรวจจะมาถึง
    10. หากพบเห็นคนร้ายกระทำผิด หรือกระทำผิดแล้วกำลังหลบหนี ให้พยายามจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายการแต่งกาย รวมทั้งยานพาหนะ อาวุธและเส้นทางหลบหนีของคนร้ายหรือรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ
    การป้องกันการชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกายในอาคาร สถานที่จอดรถ , ในลิฟท์ ในห้องพักโรงแรม
    เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายอันจะเกิดกับทรัพย์สินที่นำติดตัวไป ควรจะ
    1. สถานที่เปลี่ยว มืด โดยเฉพาะที่จอดรถตามอาคารที่จอดดรถในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่เปิดโอกาสให้คนร้ายที่แอบซ่อนอยู่ อาจทำการปล้นทรัพย์ได้โดยง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเดินในสถานที่ดังกล่างเพียงผู้เดียวจำเป็นต้องเดินก็จงใช้ความระมัดระวัง
    2. ผู้หญิงที่จะใช้ลิฟท์ แม้ว่าเป็นลิฟท์ในแฟลตที่พักของตนเอง หากท่านไปคนเดียวก่อนเข้าลิฟต์ ถ้ามีคนแปลกหน้าที่ท่านไม่รู้จักมาก่อนอยู่ในลิฟต์ ไม่ควรเสี่ยงใช้ลิฟต์ เพราะท่านอาจชิงทรัพย์ , ปล้นทรัพย์ หรือถูกทำร้ายข่มขืนได้
    3. ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการเดินลำพังในที่เปลี่ยวมืด หรือลานจอดรถกล้างใหญ่เพราะอาจมีคนร้ายหลบซ่อนและเข้าทำการชิงทรัพย์ , ปล้นทรัพย์ หรือถูกทำร้ายข่มขืนได้ ควรหาเพื่อนร่วมทางไปด้วย
    4. ห้องพักตามโรงแรม เมื่อมีคนกดกริ่ง หรือเคาะประตูเรียกให้เปิดประตู ก่อนเปิดประตูให้ดูทางช่องดูภายนอกซึ่งติดอยู่กับบานประตู และก่อนจะเปิดประตูควรคล้องโซ่ประตู
    5. ห้องพักตามโรงแรม เวลาอยู่ในห้องพักให้ใส่กลอนประตูหรือล๊อกกุญแจและคล้องโซ่ประตูด้วย
    การป้องกันอาชญากรรมของร้านเสริมสวย
    สำหรับผู้ที่ดำเนินกิจการร้านเสริมสวย ขอให้ระมัดระวังและหมั่นสังเกตผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือ
    1. ระวังคนแปลกหน้า เพราะร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ขาประจำหรือคนในละแวกใกล้เคียงซึ่งเคยเห็นหน้ากันมาก่อนเท่านั้น จึงควรระวังสังเกตคนแปลกหน้าให้มากที่สุดถึงแม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม
    2. ถ้าพบว่ามีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ มาวิ่งวนเวียนแถวหน้าร้านให้สังเกต จดจำหมายเลขทะเบียน ลักษณะคนขับ สีรถ ยี่ห้อไว้ให้ดี
    3. หากพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที
    4. ไม่ควรรับช่างเสริมสวยที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกภายในร้านใหม่ โดยไม่ทราบประวัติมาก่อน
    5. ควรจะใช้มาตรการป้องกันตนเอง อย่างน้อยที่ประตูควรติดโซ่เล็กๆ ขวางทางเข้าออก ไว้ป้องกันการเข้ามาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ได้ตั้งตัว และสามารถแง้มดูได้

     

     

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท สำนักงานจรัสทนายความและการบัญชี จำกัด เลขที่ 334 หมู่ที่ 9 ซอยสำโรงเหนือ 21 ถนนสุขุมวิท 113 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ 10270 โทรศัพท์ 081-802-2731 , 02-349-4238 โทรสาร 02-349-4239 Email :jarat_inkong@yahoo.com Website : http://www.jarataccountingandlaw.com ผู้ให้การสนับสนุน จัดทำเว็บ ออกแบบเว็บ โปรโมทเว็บ เว็บดีไซน์ เว็บโฮสติ้ง by Tismarketing.com รวมเวบไซต์:
Enter Songtoday.com and Vote for this site !!!
http://www.marinerthai.com/topsite/ http://www.media4stream.com/topsites/ ท่องเที่ยว 76 จังหวัด video clip,คลิปหลุดดารา,blog,บล็อก โปรโมทเว็บ software download เขียนบล็อก สถานที่ท่องเที่ยว ทิปดีดี อาชีพเสริม ท่องเที่ยวไทย สมุนไพร โปรโมทสินค้าฟรี Celebrity Biography free software thailand travel Thailand hotels Online shopping and reviews world movie submit articles Travel Classifieds amazon compare prices web directory free wallpaper add site Electronic specifications โพสสุขสันต์ ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี